ArtLiveEventExhibition

 

แหม ไม่อยากบอกเล่นว่า จุดเริ่มของเอนทรีมาจาก Viral  ของหนังเรื่อง Promethus ที่กำลังเข้าฉายอยู่ตอนนี้ ทำให้อยากดูทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร 

 

 

 

เป็น Viral ที่ประทับใจมากๆ ตัวนึงเลยอ่ะ

 

จนมารู้ทีหลังว่าเป็น Prequel ของ Alien ในตำนาน บวกกับดู trailer ที่ปล่อยออกมาทำออกมาได้ไม่ถึงครึ่งของ Viral ตัวบน แต่ก็ยังน่าสนใจอยู่ เพราะยังไงซะหนังเรื่องนี้ก็ยังได้ศิลปินชาวสวิสชื่อดังอย่าง G.H. Giger กลับมาร่วมงานกันอีก ว่าแต่กีเกอร์นี้เป็นใครหว่า

 

Photobucket

 

ถ้าพูดแค่ชื่อ หลายๆ คนอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าหากเอ่ยถึงผลงานที่กลายเป็นตำนานไปแล้วอย่าง Alien เราว่าหาคนไม่รู้จักกลับกลายเป็นเรื่องยากกว่า ซึ่ง Alien เจ้าแม่แห่งความสยองเนี่ยแหละเป็นผลงานอันลำ้ลึกของกีเกอร์

Photobucket

 

กีเกอร์เป็นชาวสวิสโดยกำเนิด สร้างสรรค์ผลงานมาตั้งแต่ช่วงปี 70 และเริ่มมีชื่อเสียงในช่วงปี80 ซึ่งงานที่โดดเด่นของเค้านั้นถูกเรียกว่า Biomechanoid ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโครงสร้างอนาโตมีของมนุษย์และเครื่องจักร ที่มีความมืดหม่นดิ่งลึกจนไม่อาจคาดได้ บวกกับเรื่องเพศที่ hardcore festish สุด เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของฝันร้ายที่หาทางออกไม่ได้ ซึ่งตัวกีเกอร์เองก็บอกว่า งานของเค้าเป็นการช่วยปลดปล่อยให้เข้าหลุดออกจากฝันร้ายในวัยเด็กของเขา ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องเพศ งานของกีเกอร์ยังวนเวียนเกี่ยวกับเรื่อง ซาตาน ความตาย และซากศพ นับว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวกับโทนงานของเค้าที่เล่นสีโทนเดียว

 

Photobucket

 

Photobucket

ที่พอลงไว้ก็ประมาณนี้แหละ แต่มันก็ยังมีอะไรที่เห็นอึ้งไปอีกเพียบ ลอง search หาดูกันเองนะจ๊ะ

 

ไม่แค่งานภาพวาดด้วยเทคนิคต่างๆ อย่างสีน้ำมัน หรือแอร์บลัช กีเกอร์ยังสร้างออกแบบไว้หลายแขนงโดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่สร้างออกมาเป็นแนวประติมากรรม งานออกแบบภายในที่มีลูกบ้าและเอกลักษณ์ของเขาอย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าใครอยากเห็นเต็มๆ ตา ต้องไปที่สวิสซึ่งเป็นที่ตั้งของ H.R.Giger Museum และ Giger Bars ในเมืองเล็กๆ ที่ช่ือ Gruyere (กรีเย่) ในสวิสนั่นแล

 

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปทำธุระที่สวิสเซอร์แลนด์ ก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นี้ แต่โชคดี (หรือร้าย) ปรากฏว่ากรีเย่เป็นเมืองที่คู่ค้าจะพาไปเที่ยวพอดี แล้วก็เซอร์ไพรส์หน่อย เพราะคิดไปเองว่าคนที่รู้จักกีเกอร์น่าจะกลุ่มเฉพาะอย่างคนที่ชอบดูหนัง หรือสนใจด้านศิลปะสักหน่อย แต่พอเอ่ยชื่อให้คุณลุงวัย 60 กว่าๆ ฟัง เขาก็บอกว่ารู้จักสิ เป็นศิลปินที่ดังมากในบ้านเค้า เราก็เลยได้มีโอกาสเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของกีเกอร์ด้วยเหตุนี้นี่เอง

 

Photobucket

 

แต่ตอนที่ไปถึงก็ต้องประหลาดใจ เพราะว่า กรีเย่เป็นเมืองชนบทเล็กๆ น่ารักมากๆ ติดกับภูเขาสูง ขึ้นชื่อเรื่องนมและชีส บ้านเรือนในหมู่บ้านยังคงรูปแบบสมัย Medival ไว้เลย ถนนสายหลักยังเป็นอิฐเรียงอยู่เลย บรรยากาศเหมือนในนิทาน ถ้าไต่ขึ้นเนินขึ้นไปบนยอดก็จะพบกับปราสาท Gruyere

 

ใครจะคิดว่าพอหลุดจากตรงนี้ไป จะมีอะไรไม่น่าเชื่อมารออยู่ตรงหน้า

Photobucket
 
เรียกว่า สภาพรื่นรมย์รอบด้านนี้ ไม่น่าจะมีสิ่งแปลกปลอมอย่าง Alien เข้ามาปะปนได้ว่างั้นเหอะ 
 
Photobucket
 

พอเดินขึ้นไปทางปราสาทผ่านช่องกำแพงไปก็สะดุดกับรูปปั้นตรงหน้า ด้านขวาเป็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์ ด้านซ้ายเป็นคาเฟ่ ถึงแม้ตัวตึกจะดูเนียนไปกับบรรยากาศรอบด้าน แต่สิ่งที่ประดับประดาหน้าทางเข้านี้มันช่างหลุดโลกจริงๆ เรียกเดินสะดุดแบบไม่รู้ตัว แต่งานสร้างของพิพิธภัณฑ์นี้ก็ต้องบอกว่าอลังการมากมายนัก เพราะว่า เริ่มกันแต่พื้นทางเดินนั้นทำเป็นแผ่นที่ลวดลายแบบ Biomechanoid ของกีเกอร์ คือมองแล้วรู้เลยว่างานนี้ของใคร

 

 

 

Photobucket

 

 

 พื้นและบันไดปูด้วยแผ่นหิน

Photobucket

 

PhotobucketH.R.Giger Bar

 

 มีเด็กเหม่งมารอรับแขก เห็นปือในมือแล้วนึกเป็นอย่างอื่นทุกที -"-

Photobucket

 

 

Photobucket

 

Photobucket

 

 

ชั้นล่างเป็นเค้านเตอร์ขายตั๋ว และที่ขายของที่ระลึก สนนราคาตกคนล่ะ 12.5 CHF ก็นับว่าราคาไม่แพงนักสำหรับพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ทางเข้าไปมีตู้ฝากของแต่ต้องหยอดตังค์ แล้วห้ามถ่ายรูปอีกต่างหาก และเมื่อขึ้นบันไดลาย Biomechanoid ไปก็จะเจอเจ๊แม่ Alien ยิ้มแฮ่ รอรับแขกอยู่ มีทั้งภาพสเก็ต โมเดลส่วนหัวของ Alien, โมเดล Alien แสยะยิ้มโชว์ลิ้นที่เหมือนไอ้นั่น

Photobucket

 

Photobucket

ห้องแรกจะเน้นหนักไปที่ Alien แต่ในห้องนั้นมีโซนแดงอยู่ด้วย มันกั้นด้วยม่านแดงและแปะกระดาษไว้ว่า ห้ามเด็กเข้า แต่เนื่องจากคณะอายุเลยกันไปไกลแล้ว แต่ก็ยังแบ่งเป็นกลุ่มเด็กกะผู้ใหญ่ พอเข้าไปแล้ว โคตรอายเลย เพราะห้องแดงนี้มันขนมาโชว์หมดเลย Eroctic Hardcore Fetish SM เห็นไปไหนถึงไหน เสียบเค้าเสียบออกมีหมดทุกเพศ

Photobucket

และแล้วภาพลักษณ์เด็กดีที่สร้างสมมาก็พังทลายหมดที่ห้องนี้แหละ คืือ อยากจะบอกนายและลูกค้ามาก หนูแค่สนใจว่ามันมีพิพิธภัณฑ์อยู่ ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้เลยยยย แต่ก็นะ T_T มันสายไปเสียแล้ว ก่อนที่จะเข้ามา จะให้ผู้ใหญ่ทั้งสองไปนั่งรอที่คาเฟ่ใกล้ๆ ก็ดันมีแต่คาเฟ่กีเกอร์ที่เอางานของกีเกอร์มาประยุกต์เป็นเครื่องเรือนและโครงสร้างตกแต่งภายในซะหมด

Photobucket

 

 

ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ เราคิดว่า Alien เป็นสิ่งน่ากลัว สยองขวัญ เพราะจากอิมเมจที่เห็นจากในหนัง แต่รู้แล้วล่ะว่าคิดผิด เพราะพอได้ชมงานอื่นๆ ของกีเกอร์แล้ว เจ้า Alien ที่ใครๆ กลัวกัน ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปเลย ไอ้ทีแล่บลิ้นน้ำลายไหลยืด เห็นแล้วอยากลูบหัว ให้อาหารกันเลยเลยล่ะ มันคงผิดที่เราไม่ได้ศึกษางานชิ้นอื่นๆ ของกีเกอร์มาก่อน เลยเกิดอาการเหวอแดกไปเต็มๆ เพราะอย่างที่ว่า มาเต็มจัดครบเลย ทั้งซากศพ ซาตาน Hardcore นี้มีให้เห็นอยู่ทุกภาพ แล้วงานแต่ล่ะชิ้นก็ใหญ่ 2 เมตรขึ้นไปทั้งนั้น เรียกว่าเห็นเต็มๆ ตาเลยล่ะ จนลุงลูกค้าพูดขึ้นมา เค้าจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในหัวของคนๆ นี้คิดอะไรอยู่ ถึงถ่ายทอดสิ่งที่น่ากลัวแบบนี้ออกมาได้ 

 

 

 

ใช่แต่งานวาด ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีงานประติมากรรมต่างๆ ให้ดูอีกหลายชิ้น เช่นโครงกระดูกแมงมุม รถไฟหัวเอเลี่ยน ที่น่า.... ใช้คำไหนดีว่ะเนี่ย อือออ น่าประทับใจสุดก็คงจะเป็น ชุดโต๊ะเก้าอี้เอเลี่ยนที่ทำออกมาขนาดเท่าจริง

Photobucket

ส่วนอีกงานที่น่าสนใจก็คืองานออกแบบไพ่ทาโรต์สไตล์กีเกอร์ที่ทั้งหลอน ทั้งสวยจนเดาไม่ค่อยออกว่าแต่ละใบนั้นหมายถึงไพ่ใบไหนบ้าง

 

ต้องยอมรับว่าตอนที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็มึนๆ อึนๆ ตลอดเวลา ยิ่งเวลามองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นทิวทัศน์อันแสนสงบแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองติดอยู่ในฝันไม่ต่างจากตัวกีเกอร์เลย

 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กว้างขวางกว่าที่คิด แบ่งสอยเป็นหลายห้องหลายชั้น แต่ชั้นบนสุดนั้นเปิดเป็นห้องที่รวบรวมงานสะสมที่กีเกอร์ชอบ ถึงงานแต่ล่ะชิ้นจะประหลาดตามสไตล์เจ้าของ แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นห้องที่โปร่งสบายที่สุด เพราะใช้แสงธรรมชาติ ไม่เหมือนห้องต่งๆ ที่ปิดทึบ มืดสลัวและมีบรรยากาศกดทับที่แผ่มาจากงานของกีเกอร์

มองออกไปยังกะคนละโลก

 Photobucket 

ดูงานในนี้เสร็จ มีแวะไปดูของที่ระลึกก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะสมุดภาพก็ช่าง ….. หลอนสิ้นดี หนังสืออัตชีวประวัติก็ดันเป็นภาษาเยอรมัน เท่านั้นไม่พอกีเกอร์ยังมีทำชุด pin บูชาซาตานออกมาด้วย แพคเกจสวยหรูในกล่องดาวเดวิท มี 16 ชุดด้วยกัน ราคาประมาณ 1,600 CHF (x33) จ๊ะ ทำให้เราไม่มีของที่ระลึกจากพิพิธภัณฑ์นี้เป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากความทรงจำที่เหมือนฝันร้ายชั่วเวลานึงเท่านั้นเอง แต่เท่านั้นก็เกินพอแล้วล่ะ สำหรับเรา

 

 

ถึงตรงนี้ เราออกอาการฟูมฟายเหมือนตื่นมาจากฝันร้าย ก็ต้องยอมรับว่า กีเกอร์ เป็นอัจฉริยะคนนึงเลยล่ะ ที่สามารถสร้างสรรค์โลกอีกใบนึงที่มาจากจุดมืดดำในจิตใจออกมาให้คนอื่นๆ เห็นได้ถึงขนาดนี้ และคนสวิสเองก็บอกภาคภูมิใจตัวศิลปินของพวกเขาคนนี้มากเหมือนกัน 

 

ดูงานในนี้เสร็จ มีแวะไปดูของที่ระลึกก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะสมุดภาพก็ช่าง ….. หลอนสิ้นดี หนังสืออัตชีวประวัติก็ดันเป็นภาษาเยอรมัน เท่านั้นไม่พอกีเกอร์ยังมีทำชุด pin บูชาซาตานออกมาด้วย แพคเกจสวยหรูในกล่องดาวเดวิท มี 16 ชุดด้วยกัน ราคาประมาณ 1,600 CHF (x33) จ๊ะ ทำให้เราไม่มีของที่ระลึกจากพิพิธภัณฑ์นี้เป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากความทรงจำที่เหมือนฝันร้ายชั่วเวลานึงเท่านั้นเอง แต่เท่านั้นก็เกินพอแล้วล่ะ ถึงยังไงมันก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากเลยล่ะ ใครจะคิดว่าไปทำงานแล้วจะฟลุ๊คไปพิพิธภัณฑ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้

 

 

 

เมื่อเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็ยังงงๆ ไม่ค่อยเชื่อเหมือนกันว่า ไปเห็นอะไรมาเนี่ย เหมือนฝันร้ายเลย ยิ่งต้องเดินขึ้นไปชมปราสาทบนยอดเขาต่อ แล้วรู้สึกว่าตัวเองตกหลุมเวลาหลุดไปอีกรอบมาอย่างไงอย่างงั้นเลยล่ะ

สนใจดูเวปได้ตามนี้ http://www.hrgigermuseum.com/

 

 

ใครอยากอ่านประวัติการทำงานของกีเกอร์มากกว่านี้ หาอ่านได้ในFlimax เล่มเดือนมิถุนะจ๊ะ แน่นเอี๊ยดเลย

 

วันนี้ไปดู prometheus มาแล้ว แหวะน้อยกว่าที่คิดอ่ะ เพราะดูตอนโต หรือเพราะมันแหวะหยองไม่เท่า Alien หรือเพราะเข้าไปในฝันร้ายของ gigerมาแล้วกันนะ แต่ที่แน่ๆ บั้นท้ายฟาซซี่เซะซี่มากๆ  David ชนะเลิศจริงๆ เธอเป็นหุ่นยนต์ที่เฟอร์เพ็คสุดๆ

 

พอดูงานของ Giger แล้ว คาดว่าคนวาด Berserk ต้องแฟนพันธุ์ของกีเกอร์ หรือไม่ก็เคยมาที่นี่แน่ๆเลย  

เห็นงานของกีเกอร์แล้ว ให้ฟิวปี 80 แนวๆ Cobra มากๆอ่ะ ยิ่งพวกงานแนวแอร์บลัชด้วยแล้ว

อ้อ จริงๆ แล้ว รู้จัักกีเกอร์มาจากปก CD อัลบั้ม Hide Your Face ของ hide เนี่ยแหละ 

Photobucket

edit @ 12 Jun 2012 21:02:31 by tapum

edit @ 12 Jun 2012 21:43:15 by tapum

edit @ 12 Jun 2012 21:53:17 by tapum

edit @ 12 Jun 2012 22:11:33 by tapum

edit @ 12 Jun 2012 22:19:11 by tapum

edit @ 13 Jun 2012 00:42:14 by tapum

 

 

นับว่าเป็นดราม่าระดับตำนานจริงๆ กับวงร็อคจากญี่ปุ่นอย่าง X JAPAN เพราะเคยสัญญาว่า จะมาเล่นคอนที่ไทยนั้น ใครจะคิดว่าต้องใช้เวลาเกือบ 15ปี ถึงจะทำตามคำสัญญานั้นได้ ไหนจะผ่านเหตุการณ์มากมาย ที่เรียกว่า มรสุมชีวิตอาจจะน้อยไป ทั้ง การประกาศแยกวง สมาชิกในวงเสียชีวิตถึง 2 คน นักร้องนำกับหัวหน้าวงที่คบกันตั้งแต่ 4 ขวบเลิกคบเลิกคุยกันเป็น 10 ปี ปัญหาสุขภาพ สมาชิกใหม่ และความชราของสมาชิกในวง สาหัสเอาการ

 

แต่ต้องเรียกว่า X JAPAN เป็นวงที่รักษาคำพูด เพราะในที่สุด วันที่ๆ ใครหลายคนเฝ้ารอที่จะได้เห็น X JAPAN มาเล่นคอนเสิร์ตสดๆ ที่ไทยก็เป็นจริงๆ เสียที ถึงจะนานไปหน่อย แต่ก็มาช้ายังดีกว่าไม่มานี่นา แถมเพิ่มดีกรีความดราม่าไปอีกหลายเด้ง ทั้งปรากฏการณ์การซื้อบัตรที่ต่อแถวกันข้ามวันข้ามคืน แล้วยังซ้ำด้วยปรากฏการณ์น้ำท่วมหนักของไทยที่ทำเอาหลายคนกลัวว่าคอนจะยกเลิก แต่แฟนๆ ก็รู้ว่า ถ้าขนาดนี้แล้วยังไม่ได้เล่น คิดว่าชาตินี้ก็คงหมดโอกาส เราว่าตัวโยเองก็รู้แหละ แถมยิ่งเป็นทัวร์เอเชียที่สุดแล้วด้วย เค้าก็ยังทำให้สำเร็จตามความตั้งใจแหละ

 

เพราะเรื่องน้ำท่วมเนี่ยแหละ ที่ทำให้เราวิตกจริตเร่ืองการเดินทางพอสมควร เพราะโดนหลายฝ่ายไซโคเหลือเกินเรื่องรถติด จากที่ควรจะใช้เวลาไม่เกินชั่วโมง ก็เจอคนขู่ว่าอย่างต่ำๆ 3 เผื่อไว้เลย แล้วคนรอบข้างก็ออกตัวเร็ว ไปกันก่อนหน้าไหนต่อไหนด้วย แต่ก็ยังดีที่ใช้เวลาน้อยกว่าที่คิด ถึงหน้างานแบบเหลือๆ เลยได้มาเห็นแฟนๆ แต่งคอสเพลย์กันสนุกสนาน และยิ่งรู้ซึ้งว่า อากาศอย่างเมืองไทยแม่งงงงงโคตรไม่เหมาะกับการคอสเลย กับกลุ่มเพื่อนเราชนะเลิศ 55555

 

ครั้งนี้ถือว่าเป็น คอน X  ครั้งที่ 5 แล้วในรอบ4 ปี อือออ กูจะดูถี่ไปไหมเนี่ย แต่ X JAPAN นั่นเป็นวงที่ถ้ามีโอกาสดูก็ดูๆ ไปเถอะ เพราะไม่รู้ว่าการณ์ข้างหน้าจะเกิดดราม่าอะไรให้แฟนๆลุ้นกันอีก สมกับที่โยชิกิเคยบอกไว้ว่า การเล่นไลฟ์ของ X JAPAN ก็เหมือนซากุระที่จะผลิอย่างเต็มที่และโรยราอย่างสง่างาม แปลได้ว่า คือ ทุ่มเททั้งชีวิตลงไป เหมือนจะได้แสดงครั้งสุดท้ายในชีวิต สรุปว่า ถ้ามาก็จะไปดูอีกนั่นเอง

 


 

คอนงวดนี้ถือว่ารักษาเวลากว่าที่ควร เพราะประสบการณ์เลวร้ายกับคอน X ครั้งแรก ที่รวมเวลาเลทไปร่วม 3 ชั่วโมง ครั้งนี้แค่ 15 นาทีถือว่าเล่นตามเวลานะเนี่ย แถมคอนครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไปดูกัน 3 คนพี่น้อง สำหรับบ้านเราแล้วนอกจากการ์ตูนก็คงเป็นเรื่องเพลงญี่ปุ่นเนี่ยแหละที่ทำให้บ้านเราค่อนข้างสนิทกัน และ X JAPAN ก็น่าจะเป็นวงดนตรีวงแรกๆ ที่ชอบเหมือนกันทั้ง 3คน ตอนขาไปก็คุยรื้อฟื้นความทรงจำกันว่าสมัยเด็กๆ ทำอะไรขำๆ ไปบ้าง

Photobucket

 

ก่อนมาดูคอนครั้งนี้เปิดฟังเพลงใหม่อย่าง Jade กับ Born to be Free อย่างล่ะรอบเอง ทำให้ตอนเปิดคอนร้อง JADE ได้คลอๆ แค่ท่อนฮุค ทำตัวเนียนๆ กลืนๆ ไปได้  X JAPAN น่าจะเป็นวงไม่กี่วงที่แฟนๆ ร้องเพลงเก่าๆ ได้มากกว่าเพลงเนอะ และที่แย่ที่สุดของงานนี้คือระบบเสียง ถึงแม้จะทำใจอย่างถึงที่สุดแล้ว ระบบเสียงก็ยังน่าผิดหวังจริงๆ เสียงกีต้าร์กับเสียงโทชิตีกันให้วุ่น จนฟังไม่รู้เรื่องเลย แต่เสียงเบสนี้ยังโอเค

 

ถึงจะเห็นมาแล้ว แต่ก็ยังอดแซวโยไม่ได้ถึงความดราม่า เพราะแค่ฉากเปิดเธอก็ได้โล่ห์แล้ว แต่ถ้าโยไม่เป็นแบบนี้ก็คงไม่ใช่ โยชิกิสินะ คนอื่นๆ ก็มาแบบที่คาดไว้ เว้นแต่สุหงิที่งวดนี้ไม่ได้ใส่ชุดดำ ทำให้ค่อนข้างเด่นกว่าคนอื่น และดูดีมากกกกกกกกกกก (ไม่ได้ใช่คำนี้กับป้ามานานมากแล้ว) 

 

ประทับใจคำทักทายของโทชิมากกกกก ที่ตะโกนถามมาว่า รอนานไหม??? ได้แต่ตะโกนกลับไป โคตรนานนนนเลยยยย งวดนี้โทชิน่ารักสุดพยายามพูดไทยหลายประโยคมาก น่ารักมากๆ เลย อยากรู้จังตอนไปประเทศอื่นมีถามอะไรแบบนี้หรือเปล่า แล้วประเทศไทยเป็นประเทศเดียวหรือเปล่าที่มีอุปสรรคมากมายขนาดนี้ แต่ก็คุ้มค่าแห่งการรอคอยใช่ไหมล่ะ

 

เซอร์ไพสแรกของคอนนี้กลับกลายเป็นเพลง DRAIN เพราะว่าเป็นการเล่นแค่ 3 คน ป๋าโยกับป้าหนีเข้าหลังเวทีไป เลยทำให้ประหลาดใจว่าเพลงนี้ไม่ใช้กลองหรอกเหรอ แต่แสดงได้เท่ห์มาก เสียดายว่าเจ้าของเพลงไม่อยู่ซะแล้ว แถม DRAIN งวดนี้ต่างจากที่เคยดู เพราะถ้าเป็นของปี09 จะมีเพียงฮีธกับพาตะที่มาโชว์ แล้วให้ฮิเดะในจอมอนิเตอร์รับหน้าที่ร้องนำแทน แต่เราชอบแบบใหม่มากกว่า มันเท่ห์ในแบบที่ไม่ใช่ X เท่าไหร่อ่ะ  ทั้งพาตะทั้งฮีธเท่ห์สุดๆ ตอนหลังเห็น Heath Topless แล้ว ขโมยซีนชัดๆ ขาวดึงสายตาสุดๆ ไม่เห็นใจพาตะเลย

 

ตอนที่สุหงิโผล่มากับไวโอลินก็หันไปพูดกับน้องว่าถ้าหลุด Providence มาคงดีเนอะ แล้วพอหลุดมาเท่านั้นแหละ กรี๊ดแตกเลย ก็รู้นะว่าถ้าป้าแกเล่นไวโอลินเมื่อไหร่ ท่อนนี้มักจะหลุดมา แต่มาให้ตั้งตัวแบบนี้  Slave อย่างเราก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้นี่นา แถมคอนนี้ป้าเท่ห์จะตาย เท่ห์มากด้วย แถมมีการเล่นเพลงลำซิ่งด้วย ตอนแรกที่ได้ยินก็งงๆ ทำนองมันไทยๆ แต่จับไม่ได้ว่าเล่นเพลงอะไร ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าเพลงอะไรว่ะ ไม่คิดว่าจะเอาเพลงนี้มาเล่น แหมมมม มาซื้อใจคนไทยแบบนี้ ยินดียกให้ฟรีอีกต่างหาก แถมงวดนี้ก็เท่ห์จริงอะไรจริง Posture เป๊ะทุกช็อต เคลิ้มมาก แต่พี่ชายกลับบอกว่า น่าเตะ 5555 คงจะเยอะไปหน่อย สำหรับคนที่ไม่ชิน ไหนจะท่าเท้าสะเอวตอนโยเล่นเปียโนอีก สมกับเป็นสุหงิโซจริงๆ

 


ส่วนตอนโยเล่นเปียโนเพลง จันทร์เพ็ญ ก็โคตรดีใจเลย คือตอนป้าเล่นมันนึกไม่ออกไงว่าเพลงอะไร แต่พอเป็นเพลงนี้มันคุ้นไง มันรู้จักก็ยิ่งดีใจ ถึงจะไม่เท่าตอนริวร้องเพลงภาษาไทยก็เถอะ แต่ก็ประทับใจในความพยายามของโยจริงๆ นะ ที่เล่นเพลง เดือนเพ็ญให้ฟัง คงซ้อมแค่วันก่อนเล่นเท่านั้น แต่มันก็มากพอที่จะให้แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่แฟนๆ อย่างพวกเราเป็นอย่างดีเลย จากที่เคยน้อยใจว่าโยนะเห็นแต่แฟนๆ ฝรั่ง มาวันนี้รู้แล้วล่ะว่าป๋าแกรักหมดเลย

 Photobucket

ยังไงๆ ภาพที่ทั่วทั้งฮอลล์แดงฉาน แล้วเพลง Kurenai ดังขึ้นมานี้มันเร่าร้อนจริงๆนะ มันจัดหนัดอัดเต็มจริงๆ ชอบเบสเพลงนี้อ่ะ ฟังสดแบบนี้ยิ่งนับถือ Heath เพราะการตีกลองอันบ้าระห่ำของโยนี้ ถ้าเบสไม่เก่งจริงก็คงตามไม่ทันหรอก

 

คอนนี้เป็นคอนแรกด้วยที่ดู Drum Solo แล้วสนุก มันเต็มที่ดีอ่ะ เวลาน้อยเลยไม่มีให้ดราม่าหอบสลบคากลอง แต่ก็อดขำไม่ได้นะที่วิ่งไปมาสลับกับเปียโนอยู่หลายรอบ น่าจะเหนื่อยจากตรงนี้มากกว่ารัวกลองนะป๋านะ

 

เป็นคอนแรกที่ฟัง MC เข้าใจเกือบหมด เพราะเป็นภาษาอังกฤษกับไทย 555 ยิ่งตอนที่โยเล่าความรู้สึกที่ผ่านมาทั้งในอดีตและปัจจุบันก็รู้สึกว่า ต้องหาความมุ่งมั่นอันแรงกล้าจากที่ไหนนะ ที่จะกลับมารวบรวมและทำออกมันออกได้ คำว่า Passion มันรุนแรงดีเนอ ตอนที่โยเรียกให้สมาชิกทุกคนออกมายืนสงบนิ่ง ไว้อาลัยให้กับคนที่จากไป ก็อดเงยหน้ามองขึ้นฟ้าแล้วนึกไปถึง Hide กับ Taiji 

Photobucket

 

ในที่สุดก็ได้ X JUMP ที่ไทย เท่านี้ก็เคลียร์แล้ว คอนนี้ไม่มีอะไรให้อาลัยแล้วล่ะ เสียอย่างเดียวว่า เพื่อนสมัยประถมอีก 2คนที่ชอบ X มาด้วยกันติดภารกิจครอบครัวไม่ได้มาดูด้วยกัน   เลยหันไปจับปฏิกริยาคุณพี่ชายแทนว่าเฮียเค้าจะ JUMP ด้วยไหม ตอนโยตะโกน We are ฟังแล้วปวดคอแทน ป๋าไม่มีเสียงกลางใช่ไหมค่ะ คือเป็นเสียงเหนียมกับเสียงตะโกนแตกๆ

 

 

บรรยากาศตอนรอที่ไทยไม่ค่อยต่างที่ญี่ปุ่นเท่าไหร่ มีการเล่นเวฟ ร้องเพลงรอ จะต่างตรงที่ของไทยมีกระทืบเท้าด้วย กับร้องลอยกระทงรอ เข้ากับเทศกาลเชียว

 

 

ก่อนหน้านี้ ป๋าโยมีการเซอร์วิทแฟนๆ ในเอเชียด้วยการใส่ชุดประจำชาติของสาว ทั้งกี่เพ้าและฮันบก ก็ยังคุยกันเล่นๆ ว่ามาไทย ถ้าแน่จริงก็ต้องสไบเฉียง แต่ก็แหมสาวไปป่ะ ถึงชุดแต่งาน หรือกี่เพ้า มันก็ดูปกปิดมิดชิด ชุดไทยมันออกจะโชว์เนื้อโชว์หนังสุดๆ จะแน่จริงเหรอ

ปรากฏว่าป๋าเอาจริงค่ะ สวมใส่อย่างมั่นใจ แถมเล่าให้ฟังด้วยว่าได้มายังไง จ๊ะ It's perfect จ๊ะ โทชิมีตามมาลวนลามบอกรักที่เวทีอีกต่างหาก

 

ตอนที่โยบอกว่า ถึงเราจะไม่มีใคร แต่ยังไง X ก็จะอยู่เคียงข้างพวกเราตลอดไป ซึ้งอ่ะ ยิ่งตั้งใจฟังเนื้อเพลง FOREVER LOVE ด้วยจริงขนลุก แล้วก็ต่อด้วยเพลงสูตรอย่าง Endless Rain เป๊ะเหมือนทุกที ตอนช่วงทิ้งให้โยมัวเมากับเปียโนก็ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เคยดูนะ ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แล้วปิดด้วย ART of LIFE ที่ฟังแล้ว อยากฝ่าน้ำกลับบ้านไปเอาแผ่นมาฟังเลยจริงๆ มันร้อนแรง เร่าร้อนได้สมเป็น X จริงๆ แต่ขำป๋าอ่ะที่โมโหเรื่อง Set Sound ชี้ไม้มือชี้มืออย่างมีน้ำโหเชียว

 

จบคอนอย่างน่ารัก ขำโยที่จะถ่ายรูปกับแฟนแล้วต้องหันมากำกับแฟนๆ ว่าทำมือ X ด้วยนะตั้งหลายรอบ ป้าก็พลังแขนสุดยอด ปาขวดที่ไกลโคตร ยิ่งฮอลล์เล็กอย่างงี้ยิ่งรู้สึกว่าไกลมาก แต่ว่าสาดน้ำเยอะมาอ่ะคอนนี้ สาดซะจนรู้สึกเสียดายน้ำ รู้กันบ้างไหมอ่ะว่าตอนนี้น้ำดื่มหายากนะค่ะคุณ บ๊ายบายกันจนลาเวทีแล้วรู้สึกอิ่มเอมมาก ถึงจะเห็นแค่หัวตุ๊กตาฮิเดะตัวเล็ก ต้องฝั่งคอนโทรลของป้า เอาน่ายังไงก็พามาด้วยเนอะ

 Photobucket

 

งานนี้สิ่งน่าประทับใจไม่ได้มีแต่ตัววง X JAPAN เท่านั้น ต้องขอชมแฟนๆ คนไทยอย่างเราๆ นี้แหละ ที่ทำให้คอนครั้งนี้สมบรูณ์แบบ เพราะรู้ๆ กันว่าเรื่องน้ำท่วม และการแคนเซิลคอนอื่นๆ ในช่วงเวลานี้ทำให้ใจเสียกันขนาดไหน แต่เหล่าแฟน X ก็ยังมาเติมเต็มความฝันของตัวเองให้เป็นจริงกันเพียบ ภาพเครื่องหมายXที่ส่องสว่างเต็มฮอลล์แบบนี้คงไม่ได้เห็นกันง่ายๆ ถ้าทุกคนไม่รวมใจกันมา และถ้า X JAPAN มาเล่นคอนทีไทยตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ภาพแบบนี้ก็อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ ก็สมกับการรอคอยจริงๆ แหละ

 


สำหรับ​ X ถึงจะไม่ใช่วงที่ชอบที่สุด แต่เป็นวงที่รอให้มาเล่นที่ไทยมากที่สุด นานที่สุด วันนี้คำสัญญาที่ให้ไว้ X ทำให้มันเป็นจริงแล้ว ตอนนี้เข้าใจความหมายของคำว่า สิ้นสุดแห่งการรอคอยแล้ว ขอบคุณมากๆเลย

 

 

ps. เพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้เขียน Live Report ทั้ง  Luna Sea ที่ HK และ Ryuichi ในเมืองไทย อืออออ Sound System เฮงซวยนี้ทำเราหมดอารมณ์ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย

edit @ 10 Nov 2011 11:18:48 by tapum