56 things from London 2011

posted on 15 Aug 2011 12:43 by tapum in Traveling

อ๋าาา เซฟไว้หายไปหนายยยยยย

 

สองเดือนที่ผ่านมาหนีไปหลบร้อนที่อังกฤษค่ะ ซึ่งร้อนกว่าอีก แดดแรงกว่าด้วย กลับมาดำจนคนทักว่าไปอัฟริกามาแน่ๆ เลย

ไปครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว คิดว่าต้องรวบรวมไอเดียเก็บไว้ซะหน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวจะหายไปหมด 

 

 

 

 

1. อากาศที่ลอนดอนยังคงเข้าใจยาก ตามใจไม่ถูก ฝนตกหนัก พอกางร่มเสร็จแดดออก เอาร่มเก็บ ฝนก็ตกต่อ

 

2. ไปลอนดอนช่วงนี้ไม่เวิร์คอย่างแรง เพราะกำลังทำการปรับปรุงเมืองทั้งเมืองต้อนรับโอลิมปิคปีหน้า เพราะงั้นไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะเห็นแต่การก่อสร้างต่อเติม ถ่ายรูปไปสวยเป็นเสี้ยว T^T

 

3. เพราะงั้นไปลอนดอนกันปีหน้าทุกอย่างจะงดงามค่ะ แต่….. ทุกอย่างโดยเฉพาะที่พักราคาคงพุ่งน่าดู 

 

4. ใครคิดว่าจะไปถ่ายรูปที่ Leciester Square ทำใจไว้เลย เพราะซ่อมกันทั้งวงเวียน ป้าย SANYO ใหญ่บึ้มนั้นก็โดนปลดออก ยังดีที่รูปปั้น Eros ยังยืนยันกระต่ายขาเดียวไม่ยอมไปไหน

 

5. กลับไปที่อากาศแว่บนึง ช่วงเดือน 6-8 เป็นเดือนที่แต่งไปเที่ยวยากสุดแล้ว เพราะวันนึงมีอากาศ 3 รูปแบบให้เจอ ตื่นมาหนาว กลางวันฝนตก ตอนเย็นร้อนแดดเปรี้ยง จากที่มั่นใจว่าช่วงที่ไปหน้าร้อนชัวร์ เลยต้องรีบไปซื้อเสื้อหนาวกับร่มเพิ่ม

 

6. นอกจากอากาศจะงงๆ แล้ว 3ทุ่มฟ้าก็ยังไม่ยอมมืด แต่ห้างร้าน 1 ทุ่มก็ปิดหมดแล้ว ถ้าอยากย่ำราตรีถ้าไม่ไปนั่งผับ ก็ต้องไปเดินแถว Leciester หรือ Soho

 

7. ช่วงที่ไปลอนดอนยังไม่สร่างจากพิธีราชสมรสของเจ้าชายวิลเลี่ยมกัน เพราะงั้นยังเห็นของที่ระลึกขายเต็มไปหมด ทั้งชุดคุ๊กกี้ น้ำหอม

 

8. และแน่นอนข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสารก็จะมีแต่ดัชเชนแห่งยอร์คแทบทุกหัว จนเริ่มมีคนแซวว่าชักจะเด่นเกินหน้าเจ้าชายวิลเลี่ยมซะแล้ว

 

9. เพราะต้องเตรียมเปิดบ้านรับแขกในปีหน้า ไม่ใช่แค่สถานที่ต่างๆ ที่ต้องซ่อมแซม รถไฟใต้ดินก็เช่นกัน จากที่เริ่มปิดซ่อมแซมเป็นสถานีในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ตอนนี้ก็เร่งซ่อมมากินเวลาวันทำงานด้วย เพราะงั้นเวลาออกไปไหนต้องเช็คให้ชัวร์ดูให้แน่ว่าสถานีที่จะไปไม่ถูกซ่อม

 

10. ด้วยเหตุที่ว่าทำให้ตอนไปรับน้องสาวถึงกับร้าวราน เพราะเส้น Piccadelly ที่สามารถนั่งรวดเดียวไปถึงสนามบินได้ สถานีระหว่างทางปิดซ่อม ทำให้ต้องนั่งทูป ต่อรถบัส แล้วต่อทูป อีกที  ขากลับ ซ้ำรอยเดิมอีกรอบ + กระเป๋าเดินทาง + ไม่มีลิฟต์ 

 

11. ที่บอกว่า Tube ของลอนดอนสะดวกจริง ไม่ขอเถียง แต่ถ้าวางแผนการเดินทางไม่ดี ก็อาจทำให้แผนล่มได้ง่ายๆ

 

12. บางสถานีไม่ต้องเสียเวลาไต่กระไดขึ้น เพราะมีแต่ลิฟต์ให้ขึ้น โผล่ไปหน้าที่ตรวจตั๋วเลย

 

13. ไปทั้งทีซื้อบัตรหอยนางรมไปเลย เพราะ 7 days pass มีราคา 27.60 ปอนด์ ถ้าวันนึงขึ้น 2 รอบก็คุ้มแล้ว

 

14. หรือต่อให้ขึ้นไม่ครบก็ควรมีบัตรน้องหอยไว้ เพราะว่า ถ้าซื้อตั๋วธรรมดา ราคาเที่ยวล่ะ 4 ปอนด์ แต่ถ้าบัตรออยสเตอร์ เที่ยวล่ะ 1.90 ปอนด์

 

15. แต่ถ้าเก๋าจริงขึ้นบัส 2 ชั้นไปเลย นอกจากจะซึมซับบรรยากาศเมืองลอนดอนแล้ว ยังราคาแค่ 1.20 ปอนด์ แถมไม่ต้องเปลืองแรงมุดลงไปใต้ดินด้วย

 

16. ถ้าถามว่ามาเที่ยวแล้วค่าใช้จ่ายอะไรแพงที่สุด คำตอบคือ ค่าเดินทาง ยิ่งประเทศนี้ด้วยแล้ว ค่าเดินทางเป็นอะไรที่ปวดตับมาก

 

17. เพราะค่ารถไฟออกไปนอกเมืองขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ต้องวางแผนให้รัดกุม จองตั๋วล่วงหน้าเป็นเดือนๆ ไม่อย่างงั้นแล้ว ตั๋วไปกลับ 5 ปอนด์ อาจจะกลายเป็น 20 ปอนด์ได้ง่ายๆ

 

18. รถไฟแต่ละรอบเวลาราคาก็ไม่เท่ากัน ห่างกันครึ่งชั่วโมง ราคาห่างกันเป็น 100 ปอนด์ก็มี เคยเจอมาแล้ว

 

19. ถ้าใช้รถไฟออกไปนอกเมือง รวมกันไปซื้อตํ๋วจะดีกว่า เพราะมีตั๋ว Groups 3, Groups 4 ราคาถูกลงไปเยอะเลย

 

20. ที่ปลอดภัยขึ้นมานิด คือ นั่งตั๋วช่วง Off Peak จะถูกลงมานิ๊ดดดนึง

 

21. เพราะงั้นถ้าเที่ยวในลอนดอนออกหลัง 9:30 ก็ได้ เพราะยังไงสถานที่ส่วนใหญ่ก็เปิด 10 โมงอยู่แล้ว

 

 

 

22. ว่าด้วยเรื่องพิพิธภัณฑ์ ที่ลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกก มาอยู่ 2 เดือน เดินยังไงก็ไม่ครบ มีทั้งฟรีและไม่ฟรี

 

23. ไอ้ที่ฟรีก็ฟรีแบบดูกันขาลาก อย่างเช่น British Museum ที่ถ้าดูแบบวิ่งดู ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ชม. แต่ถ้าดูละเอียดก็คงใช้เวลาเป็นอาทิตย์ เพราะได้รวบรวมเอาประวัติศาตร์ทั่วโลกมาไว้ที่นี้ ไล่เรียงมาตั้งแต่ยุคเมโสโปรเตรเมีย ลุ่มน้ำไทรกิส ยูเฟติส มาจนถึง อียิปต์ ซีเรีย ไปโรมัน ต่อมาทางยุโรป แล้วตลบกลับมาทางเอเชียอีกที

 

24. ทำให้รู้ว่า ศิลปะของทางอิสลาม เป็นงานกราฟฟิคที่สวยมาก น่าสนใจสุดๆ

 

25. ไปที่นี่ได้เห็นมัมมี่ของจริงด้วย ไม่รู้หลอนไปเองหรือไง เข้าห้องนั่นแล้วรู้สึกว่ามันมีกลิ่นแปลกๆ ทำให้เกิดอาการระแวง เพราะอ่านการ์ตูนเยอะไปหน่อย

 

26. แต่ไปแล้วก็กรี๊ดกร๊าดกับสมบัติบางชิ้นที่เคยอ่านเจอในการ์ตูน เช่น กระโหลกคริสตัล หรือ หน้ากากโมเสกหยก (สปริแกนล้วนๆ เลยดู)

 

27. ถ้าใครชอบแนวธรรมชาติ ก็สามารถไปเดินเล่นที่ Natural History Museum แถบ South Kensington ได้ ตรงนั้นเป็นดงพิพิธภัณฑ์เลยก็ว่าได้ เพราะมีพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ อีก 2 แห่ง อยู่ติดๆ กัน คือ V&A , Science Museum แต่ละที่ใหญ่โตทั้งนั้น

 

28. เพราะงั้นถนนสายนั้นจึงมีชื่อว่า Exhibiotn Road แถมเดินไปอีกนิดจะเดินไปถึงมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง​ Imperial College London

 

29. ถ้าแรงเหลือเดินต่อไปอีกนิด ตรงหน้าจะเป็นสวนสาธราณะที่ใหญ่ที่สุดของลอนดอน คือ  Hyde Park อยู่ด้านขวา Kensington Park อยู่ด้านซ้าย

 

 

 

 

30. อาหารประจำชาติอย่าง Fish and chip หากินได้ง่ายตามร้านทุกระดับชั้น ในผับยันระดับภัตตาคาร

 

32. แต่รสชาติจานนี้ของร้านที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยก็....นะ  

 

33. eat in  กับ take out ราคาไม่เท่ากัน ต่างกันอย่างน้อยๆ เกือบ 1 ปอนด์ เพราะงั้นหมีกระเหรี่ยงอย่างเราเลือกที่จะกินนอกร้านดีกกว่า

 

34. แต่พอกินนอกร้าน อาหารบางอย่างที่ต้องจิ้มซอส อาจจะต้องซื้อซอสเพิ่มต่างหาก ซึ่งราคาอาจจะแพงกว่าค่านั่งร้านซะอีก

 

35. เคยกินอาหารญี่ปุ่น ค่าซอสโชยุ 0.50 ปอนด์ วาซาบิ 0.30 อืออออออ

 

 

 

36. ที่เที่ยวเสียตังค์ แบ่งได้คร่าวๆ  2 ราคา  

 

37. เริ่มที่ 5 ปอนด์ ไม่เกิน 10 พวกนี้จะต้องเช่า Audio Guide ต่างหากถ้ามี แต่โดยมากสถานที่จะไม่ใหญ่มาก เดินเกิน 2 ชั่วโมง 

 

38. แต่ถ้า 10 กว่าปอนด์อัพ อย่าง West Minster Abbey (13 P) หรือ St. Paul Cathedral (12.50) พวกนี้จะมี Audio Guide หลากภาษาให้เลือกใช้ฟรี แถมบางที่ก็ใช้บริการของ Apple ทำให้ออกมาในรูปแบบละม้าย itune ใช้สะดวก

 

39. นอกจากนั้นยังมีไกด์อาสาสมัครเดินอยู่ในสถานที่ให้เราคอยถามจุดที่เราสงสัยแต่ Audio Guide ไม่ยักกะบอกให้เรารู้ ส่วนใหญ่จะเป็นคุณลุงคุณป้าทั้งนั้น

 

40. ราคาตั๋วแพงเกินห้ามใจขนาดนี้ ถ้าเป็นนักเรียน อย่าลืมโชว์บัตรเบ่ง หรือบัตรนักเรียนตอนซื้อ เพราะสามารถลดราคาได้ 30-50% เลยทีเดียว

 

41. แต่สำหรับบัตรน้องหอยหรือส่วนลดรถไฟต้องเป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ที่นั่น แล้วทำบัตรสำหรับนักเรียนต่างหากอีกที

 

42. ห้องน้ำที่อังกกฤษหาเข้าได้ง่าย มีทิชชู่ให้ทุกที่ด้วย แม้แต่เกาะกลางถนนยังมีเลย

 

43. มีบางทีที่ต้องเสียตังค์ ส่วนใหญ่จะเป็นในสถานีรถไฟ ค่าเข้า 20-30 เพนนี ซึ่งถูกกว่าฝั่งยุโรป ที่อิตาลีค่าเข้าห้องน้ำบางเมืองล่อไป 1 ยูโร (ชักโครกทองคำหรือไงว่ะ)

 

44. ทิ้งทิชชู่ลงชักโครกได้เหมือนที่ญี่ปุ่นเลย

 

45. เลยไม่เข้าใจว่าทำไมคนจีนแม่งไม่ยอมกดให้ลงว่ะ จะต้องเหลือซากให้คนเข้าต่อเห็น (จะว่าเหมารวมก็ได้ แต่เจอแต่คนจีนที่ทำอย่างงี้จริงๆนะ 3-4 รอบ แต่มึงช่วยออกแรงกดให้สุดได้ไหมฟะ)

 

 

46. คนที่นี่ชอบดูละครเวที ละครเพลง เพราะไปดูรอบไหน จะบ่าย จะค่ำคนก็เกือบเต็ม

 

47. มีให้เลือกดูเยอะมาก แต่ราคาบัตรก็แพงมากเหมือนกัน

 

48. แต่ หลายๆ เรื่องก็มีตั๋ว Stall หรือ แถวหน้ามาขายในราคาพิเศษที่นั่งจำนวนจำกัดเหมือนกัน ต้องแลกกับการไปเข้าแถวต่อซื้อตั๋วแยกกับชาวบ้านตั้งแต่ 10 โมง

 

49. ตั้งใจไปซื้อ pin Lion King เป็นที่ระลึก แต่เลิกทำไปแล้ว คนขายแอบเม้าท์ว่าเพราะเด็กมาดูเยอะ ปลายมันแหลมอันตราย T0T

 

50. ส่วนตั๋วหนังราคาก็ปวดใจไม่แพงกัน เพราะถ้าไม่ใช่นักเรียน แบบธรรมดาเริ่มต้นที่ 8 ปอนด์ ส่วน 3มิติก็ไม่แพงมาก 16 ปอนด์ (ถ้าไม่ใช่ Harry Potter ภาคสุดท้าย ไม่ยอมเสียหรอก)

 

51. ถึงจะจ่ายราคานี้ ก็ยังต้องรีบเข้าไปแย่งที่นั่ง เพราะตอนซื้อไม่มีการฟิทที่นั่ง

 

52. ไปเที่ยวช่วงเดือน 6-7 เกาหลีเยอะมากกกกกกก เจอถี่กว่าคนจีนอีก

 

53.  ส่วนพี่ไทย พอหมดหน้าช้อปก็หายไปตามระเบียบ

 

54. ร้านเป็ดย่าง Four Seasons คนไทยไปกินเยอะมาก

 

55. เยอะซะจนพนักงานพูดไทยได้ ถามว่า เอาคะน้าไหม? ข้าวผัดปลาเค็มไม่ใส่ไก่? บรรยากาศนึกถึงตอนไปกินโจ๊กที่ฮ่องกงมาก

 

56.  เดินตามถนนได้ยินภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษบ่อยกว่าภาษาอังกฤษ

 

Comment

Comment:

Tweet

มานั่งอ่านอีกรอบ นึกออกละ เออเรื่องซอสมันมีชาร์จเหรอจำไม่ยักได้

35. เคยกินอาหารญี่ปุ่น ค่าซอสโชยุ 0.50 ปอนด์ วาซาบิ 0.30 อืออออออ >>> ใช่ วาซาบิป่ะน่ะ 555+

เป็ดโฟนี่มันร้านคนไทยชัดๆ 55+ ส่วนตั๋วแฮร์รี่ มันบอกเปนนัยว่าวันนั้นถึงเหลือเวลาอาจถ่อหาตั๋วไม่ได้อยู่ดี 55+

#4 By chibi on 2011-08-16 08:21

ว้าว รวมมาให้อ่านแล้ว โชคดีที่กลับมาก่อนจลาจล

#3 By dajirin on 2011-08-15 17:34

หนีกลับมาพอดีอ่ะค่ะ

คืนที่กลับญาติบอกว่าแถวบ้านร้านค้ากับดู้ ATM โดนทุบ

น่ากลัวจริงๆ

#2 By tapum on 2011-08-15 16:59

ยังดีที่ไม่เจอช่วงจราจล..sad smile

#1 By wesong on 2011-08-15 14:21