มาต่อคะ มาต่อ จากเมื่อวาน วันนี้เราจะต่อยอดไปยังพระราชวังที่เริ่ดหรูอลังการที่สุดในโลกกันที่ พระราชวังแวร์ซายส์ ซึ่งก็ไปได้ไม่ยากเลย แค่จับรถไฟ RER สาย C นั่งไปให้สุดสาย เราก็จะถึงที่หมายได้อย่างไม่ยากไม่เย็น (นอนหลับบนรถได้อีกพักใหญ่ๆ)

ในกรณีที่รถไฟมันไม่มีปัญหาอ่ะนะ เพราะรอบที่หมีไปก็เจอเหตุฮ่ะ รถไฟซ่อม ทำให้ไปได้ครึ่งทาง แล้วต้องเปลี่ยนนั่งรถเมล์แล้วต่อรถไฟไปอีกที ฮ่วย แต่ก็ดี ถือโอกาสชมเมืองแทน เพราะได้เปลี่ยนจากวิวมืดๆ มาดูเมืองสวยๆ ของชาวปารีเซียงกันบ้าง

เลยทำให้ได้เห็นสถานที่สำคัญๆ แบบแว่บๆ ประมาณรถติดไฟแดง เช่น

Photobucket

ที่ตอนแรกนึกว่าเป็นพาธีออนของปารีส แต่พอไปค้นข้อมูลแล้ว จำนวนเสาไม่เท่า แถมไม่มีโดม เลยคิดว่าที่เห็นไกลๆ แถวนอร์ต เตอ ดาม น่าจะใช่ซะมากกว่า

 

 

พอเปลี่ยนรถบัสต่อรถไฟ หมีบ้าก็ไปถึงพระราชวังสุดหลุยส์ซะที ไอ้ตอนที่ออกมาไม่รู้หรอกว่า ซ้ายหรือขวา แต่ตามตำราคุณน้องบอกว่า จงเดินตามปวงชนหมู่มาก เพราะยังไง เขาก็มีเป้าหมายเดียวกับเรานั่นแล

Photobucket

ก่อนเข้าก็เจอพระเจ้าหลุยส์ผู้ทรงดำริให้สร้างพระราชวังแห่งนี้มารอรับ แต่จริงๆ แล้ว ท่านก็มารอรับตั้งแต่ที่ลูฟแล้วอ่ะนะ

 

Tip: ความรู้เบื้องต้นของพระราชวังแวร์ซายส์

- เป็นวังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

- เป็นนครหลวงของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1682-1789

- เป็นสถานที่ซึ่งประเทศคู่สงครามลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1919

- ใช้เวลาก่อสร้างแค่ 47ปีเท่านั้นเอง

- จำนวนห้องมีทั้งหมด 1300 ห้องซึ่งก็กว้างมากซะจนต้องใช้ วอ (พาหนะนั่งมีคนหาม) รับส่งขุนนางไปห้องต่างๆ

- อ้อ แต่ในห้องพันกว่าๆ นั่น ไม่ได้มีห้องน้ำรวมอยู่ด้วย เลยทำให้บริเวณราชวังเหม็นมากกกกก แต่ก็นะ มันไม่ใช่ปัญหาอะไรของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้สร้างอยู่แล้ว เพราะพระองค์ก็สรงน้ำแค่ปีละครั้ง

ฟังประวัติแล้ว น่าสนใจเป็นบ้าเลย อีกสาเหตุที่สนใจที่นี้ก็เพราะตอนเด็กมากๆ (ย้ำว่าเด็กมาก) เคยได้อ่านการ์ตูนเรื่องกุหลาบแวร์ซายส์ฮ่ะ เลยอยากเห็นกับตา

 

Photobucket

อ๊ะ เห็นประตูร่ำไร ตรงยอดเป็นรูปดวงอาทิตย์ เพราะว่า สัญลักษณ์ของตัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

 

แต่จริงๆ ก็เกือบจะไม่มานะ เพราะว่า โดนขู่ว่าต้องตื่นเช้ามากกกกกกกกก ไม่เป็นไรเราแก้ไขโดยการซื้อตั๋วออนไลน์ได้คะ เพราะงั้นเราก็จะประหยัดเข้าแถวซื้อตั๋ว เหลือแค่ตอนเเถวเข้าชมอย่างเดียว

Photobucket

ตัวแถวเคลื่อนตัวได้เร็วพอสมควรเลยรอแค่45นาทีโดยประมาณ

 

 

ต่อไปเป็นการสาดรูปฮ่ะ

Chapelle Royal

 Photobucket

เป็นชาเปลสไตล์บาร็อค ที่กินพื้นถึงสองชั้น

Photobucket

อ้อใครที่ชอบภาพเกี่ยวกับตำนานเทพ รับรองสนุกคอหักแน่ เพราะเกือบทุกห้องมีการเพ้นท์ภาพบนฝนังอยู่เต็มไปหมดเลย

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

ก็ยังไม่เข้าใจว่า ถ้าตัวสั้นขนาดว่าเตียงไซส์แค่นี้ จะทำเตียงให้สูงปีนลำบากกันไปทำไม

 

แต่ขอบอกว่า เข้ามาที่นี้แล้วเมามากคะ กับศิลปะหรูหราฟู่ฟ่าแบบนี้ มองมากๆ แล้วเลี่ยนอ่ะ หลุยส์จ้านี้มันไม่ไหวจริงๆ นะ เข้าไปเจอแค่ลายพร้อยๆ แพทเทิร์นแน่นๆ มันช่างเป็นการแสดงความโอ่อ่าของตัวเองได้เป็นอย่างดีจริงๆ

 

Photobucket

นี่คือ ประตูลับในห้องบรรทมของพระนางมารีอังตัวเนท ซึ่งใช้ตอนหลบหนีการปฏิวัติครั้งใหญ่ในปารีสด้วย (แต่ก่อนหน้านั้น ใช้เพื่อ...)

 

Photobucket

ภาพอพอลโล เทพสุริยะ เหมาะกับราชวงศ์สุริยันเหลือเกิน (เอากันเข้าไป)

 

Photobucket

โถงกระจก มีความยาว 70 เมตร ใช้สำหรับวาระสำคัญต่างๆ และสนธิสัญญาที่บอกไปตอนแรกก็ถูกเซ็นที่นี้แหละ

 

Photobucket

จำนวนเทียนที่ใช้ก็ไม่มากมายอะไร แค่ 3000 เล่ม

 

Photobucket

ทางเข้าสวนดอกไม้อันเลื่องชื่อ

 

เดินกันจนเมื่อยดูกันจนมึนไปข้างเลยว่างั้น เล่าไม่ถูก รู้แต่ถ่ายรูปไปเยอะมากกกกกกกกก เดินจนเริ่มอยากปีนหน้าต่างออกทางด้านข้างแทน เพราะหาทางออกไม่เจอ

Photobucket

เป็นภาพที่นโปเลียนมอบมงกุฏยกตำแหน่งจักรพรรดินีให้กับโจเซฟีน (ศัพท์ยากเกินใช้ไม่ถูก)

 

แต่ส่วนสุดท้ายมีนิทรรศการภาพที่น่าสนใจมากคะ

"WAR LET LOOSE" เป็นการนำเสนอภาพสงครามในยุคก่อนๆ มาเปรียบเทียบกับสงครามในยุคปัจจุบัน

Photobucket

แต่มีงานที่จี๊ดสุดๆ ประชดประชันกันได้อีก คือภาพทหารหญิงของอเมริกากระทำทารุณนักโทษชาวอิรัก ได้จัดวางไว้ใต้ภาพของนักรบหญิงอันเป็นที่รักของฝรั่งเศส ซึ่งก็คือ โจนส์ ออฟ อาร์ค นั่นเอง จี๊ดดดดดโคตร

 

Photobucket

หมดจากส่วนนั้นก็มานั่งพักเท้าข้างนอก ก่อนจะเดินไปสวนดอกไม้ที่ใครหลายคนบอกว่าเป็น A Must

Photobucket

ที่หน้าหนาวเข้าฟรี (เพราะไม่มีดอกไม้) แต่หน้าร้อนคิดค่าเข้า 8 ยูโร

แสรดดดดดดดดด ไม่เข้าก็ได้ฟะ เอาตังค์ไปกินหนมกินข้าวอีกดีกว่า กร๊าก กร๊าก

 

 

คือน้องหมีเคยเข้าไปตอนหน้าหนาวแล้ว บอกว่า ดอกไม้มันคงคละๆ สีแบบนี้อะแหละ จะต่างกันที่ตัวแพทเทิร์นของสวน เพราะงั้นหมีบ้าเลยตัดใจไม่ไปเยี่ยมชมสวนน้อยทั้ง 12 ที่พระนางมารีอังตัวเนท แต่ก็ไม่ไหวแล้ว ขอหลบแดดลงใต้ดินเข้าเมืองก่อนเหอะ

 

Photobucket

รถไฟใต้ดินของฝรั่งเศสเมื่อใช้บริการครั้งแรกค่อนข้างสกปรกคะ แต่พอไปฮังการีและอิตาลีมาแล้ว เลยรู้สึกว่าที่นี้ก็สะอาดพอสมควรนะ

 

Photobucket

ที่ชอบใจคือป้ายโฆษณาในนี้จะใหญ่โคดดดด ไซส์สะใจมาก เสียดายเเอดตัวนี้มีคิงคองเป็นพรีเซนเตอร์ด้วย แต่หาไม่เจอ เอาแค่ดาร์ทเวเดอร์ไปก่อนล่ะกัน

 

ส่วนนึงที่ติดใจใต้ดินของอังกฤษก็คงเป็นเพราะดูหนังเรื่อง Paris Ja' taime นั่นแล

เป้าหมายต่อไป ก็คือ Sacre Coeur หรือ Basilica of the Sacred Heart ไปไม่ยาก เพราะมันเป็นสถานีเดียวกับโรงแรมคะ (Anvers Sta.)

Photobucket

Tip: จากสถานีนี้สามารถเดินไป Moulin Rouge ได้เลย แต่กว่าจะไปถึงท่านจะต้องเดินฝ่าด่านร้านผู้ใหญ่เต็มไปหมดเลย แต่ถ้าไม่อยากเปิดหูเปิดตาก็นั่งไฟต่ออีก 2สถานีไปลงที่ Blanche เพราะงั้นสองหมีเลยขอแว่บเข้าโรงแรมไปตากแอร์ เอาของสักแว่บก่อนจะเดินกลับมาใหม่

 

โบสถ์แห่งนี้เป็นสีขาวล้วน ตั้งอยู่บนเนิน เพระงั้นต้องไต่ไปสูงเพื่อให้ได้เชยชมความงดงามคะ

Photobucket

แต่ก็คุ้มค่านะ เพราะว่า พอเหลียวหลังกลับไป เราก็จะได้เห็นทัศนียภาพของปารีสที่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา (ลืมปรับรูปอ่าาาา)

 

Photobucket

แสนเสียดายที่ภายในห้ามถ่ายรูป เพราะว่า ถึงจะเป็นโบสถ์แรกๆ ที่ได้เข้าไป แต่พอเทียบกับโบสถ์อื่นๆ ที่ไปตอนหลัง Sacre Coeur ก็ยังถือว่าเป็นโบสถ์ที่ภายในสวยงามมากๆ เลยทีเดียว

 

แต่คงเพราะเข้าฟรีเลยห้ามถ่ายรูปมั้ง อ้อ สำหรับสาวๆ เวลาไต่ขึ้นไปให้ระวังพี่มืดด้วยนะ เพราะเห็นหน้าเอเชียปุ๊บ พี่แกจะเข้ามา หนีเห่ามา (หนีเอ็งเนี่ยแหละ) หรือไม่ก็คอนนิจิวะใส่ ไม่ต้องใส่ใจคะ พุ่งหนีอย่างเดียวเลย เพราะเพื่อนน้องเคยเจอแบบถึงเนื้อถึงตัวใส่สร้อยบังคับขายเลย จนต้องตะโกนแล้วสะบัดมืดหนี

 

เนื่้องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของปารีสคณะสองหมีเลยต้องรีบรุดไปเก็บที่เที่ยวที่หมายตาไว้ในครบ ซึ่งจะขาดที่นี้ไปได้ไง ถ้าขาดเจ้านี้ไปก็แสดงว่ามาไม่ถึงปารีสสิ

Photobucket

ใช่คะ หอไอเฟล ไปมาหลายหอในโตเกียว ขอเจอตัวจริงซะหน่อย แต่แว่บแรกที่เห็นแล้วรู้สึกว่า ทำไมมันดูจืดชืด แห้งแล้ง ไม่แดงแรงแบบหอโตเกียวเลยหว่า

 

พูดถึงญี่ปุ่นดันไปเจอป้ายนี้เข้า

Photobucket

มาได้ไง หรือว่าเราอยู่ผิดทวีปมาตลอด

 

แต่พอเข้าไปใกล้แล้ว โอ้วววววว แม่เจ้า มันอลังการมโหระทึกจริงๆ เลย

Photobucket

Tip: - หอไอเฟลสร้างจากชิ้นส่วนเหล็กจำนวน 18,038ชิ้น หนักรวมกันประมาณ 64,000ตัน

- สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100ปี แห่งการปฏิวัติปลดแอกจากระบบศักดินา (ก็แค่ใช้กิโยตินบั่นคอเจ้าของพระราชวังหลังข้างบนนั่นไง)

- การสร้างชิ้นส่วนต้องส่วนในเป็นพิเศษ ถ้ารูที่ใส่หมุดย้ำจำนวน 2.5 ล้านชิ้นเข้ากันไม่สนิทก็จะประกอบไม่ได้

Photobucket

ออกแบบโดยลุงกุสตาฟ ไอแฟล ในงานประกวด

Photobucket

เห็นสวยๆ แบบนี้ ก็ยังมีหลายคนที่รังเกียจมันนะ ก็อย่างว่าปารีสนอกจากจะเป็นเมืองแห่งความรักแล้ว มันยังเป็นเมืองแห่งศิลปะอีกด้วย เลยทำให้บรรดาศิลปินติสท์สุดหัวใจไม่พอใจหอเหล็กอันนี้ เพราะมันทำลายทัศนียภาพอันงามงดของปารีสเสียหมด

ตัวอย่างก็เช่น กีย์ เดอ โมปาสซังค์ นักประพันธ์ชื่อดังของประเทศชอบขึ้นไปกินอาหารที่ภัตตาคารให้หออยู่บ่อยๆ แน่นอน ไม่ใช่เพราะว่า เขาหลงใหลในสถาปัตยกรรมชิ้นนี้หรอกนะ แต่มันเป็นที่ๆ เดียวที่จะมองไม่เห็นหอไอเฟลต่างหากละ

เอากะเขาสิ

 

Photobucket

จริงๆ แล้วแผนของหมีคือการไปชมนิทรรศการฉลองหอไอเฟลอายุ 120 ขวบคะ แต่ว่า นิทรรศการเจ้ากรรมมันต้องไต่หอขึ้นไปดูที่ชั้นสอง

เท่ากับว่าสองหมีต้องเข้าคิวซื้อตั๋วไต่หอ และยังต้องรอคิวไต่หอด้วย

Photobucket

ซึ่งทั้งคิวทั้งแดด แรงพอๆ กัน อารมณ์คือไงก็ได้ ขออยู่ที่ร่มๆ เหอะ เลยจำต้องถอยทัพกลับออกมา เพราะคาดว่า คงเป็นลมแดดตายก่อนจะได้ซื้อตั๋วสำเร็จ

 

Photobucket

มองมุมนี้มันก็ตลกดีเนอะ

 

Photobucket

ยิ้มเรื่อยแห้งแล้ว เลยเดินออกไปยังลานอีกฟากของหอไอเฟล ที่ใครๆ ชอบไปถ่ายรูปกัน

 

Photobucket

เลยทำให้รู้ว่าหอไอเฟลสูงแค่นี้เอง

 

ล้อเล่น ความสูงรวมกับเสาอากาศแล้ว จะสูงถึง 324 เมตรแน่ะ แต่ทำไมไม่รู้หอโตเกียวที่ดูเล็กกว่า แต่ดันสูงกว่าตั้ง9เมตร หรือเพราะไม่เคยได้ลอดพุงหอโตเกียว (แต่ตอนนั้นไปแถวตีนหอ ก็ดูไม่ได้ใหญ่เบ้อขนาดนี้นา)

Photobucket

สิ่งที่ดีที่สุดของแดดแรงคือ ฟ้าใส ถ่ายรูปสวย แต่คนถ่ายจะไหม้เอา

 

 

มุมนี้ถ่ายจากลานหินอ่อนยอดหิน มุมนิยมที่หลายคนมักจะมาถ่ายไอเฟลเต็มๆ ตัวกันที่นี้ หนังหลายเรื่องก็มาถ่ายความเป็นปารีสกันตรงนี้ แต่หนังล่าสุดที่หมีได้เห็นคือ 28 weeks later ช้อตสุดท้ายที่ซอมบี้มันแพร่เชื้อมาถึงฝั่งแผ่นดินใหญ่ (อืออออ เป็นภาพจำที่งดงามมาก)

 

ตะวันยังไม่ตกก็ต้องไปกันต่อฮ่ะ เวลายังเหลือเฟือเพราะตั้งใจว่าถ้ามืดพอจะไปไต่ประตูชัยมองกรุงปารีสยามค่ำคืนจากที่นั่น เพราะว่า เพิ่งเปิดใหม่

สองหมีเลยไปเดินเล่นแถว Les Invalides เล่นกัน แต่ว่าดันไปเจอะกะหอศิลป์สองฝั่งที่ปิดไปซะก่อน

แต่ไม่เป็นไร เพราะพี่แกส่งสีเชิญชวนป่านนี้ ถึงจะปิดซ่อมแซม แต่เราก็ยังแวะเข้าไปเล่น

Photobucket

 

Photobucket

ถ่ายแบบ แบบไม่ต้องใช้ฟิวเตอร์

 

Photobucket

คือข้างในซ่อมอยู่ เขาเลยเอาสติกเกอร์ใสสีๆ มาแปะไว้กันอุจาด แต่มันสวยมาก เพราะว่า แสงยามเย็นสาดเข้ามาพอดี เล่นถ่ายรูปกันตรงนี้อยู่นาน จนเกือบลืมว่ามาทำอะไรกันตรงนี้

 

 

Photobucket

ไม่มีคนถ่ายให้ ถ่ายเองก็ได้ ไม่ง้อ

 

 

Photobucket

เดินได้ไม่ไกล แค่ประมาณนี้แหละ เพราะไม่รู้ว่า ถ้าเดินไปแล้วจะมีสถานีรถไฟให้หรือเปล่า

ตอนนั้นไม่รู้ว่าที่นี้เรียกว่าอะไร เลยเรียกว่า พระที่นั่งอนันต ซะงั้น กร๊าก กร๊าก

 

Photobucket

ด้วยความหงุดหงิดใจจากเมื่อกี้ เลยวานให้รูปปั้นเทวดาเตะไซส์คิกหอไอเฟล

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

พอเดินย้อนกลับมาที่ประตูชัย ทำไมมันยังฟ้าแจ้งขนาดนี้ฟะ ความหวังที่จะถ่ายรูปตอนมืดเริ่มเลือนลาง เลยลองไปหาที่ชอปปิ้งก่อนก็ได้วะ (ซึ่งตอนนั้นหกโมงกว่าแล้ว)

กะจะไปถนน 5th avenue แดนสวรรค์ของสาวชอป

แต่

นอกจากจะหลงทาง และร้านแถวนั้นปิดไปหมดแล้ว

ซวย เหยียบขี้หมาด้วย อ่านหนังสือมา เขาบอกว่าคุณมาถึงปารีสก็ตอนเมื่อคุณเหยียบขี้หมาเนี่ยแหละ ไม่ใช่ต้องเห็นหอไอเฟล หรือถ่อไปถึงแวร์ซายส์

 

แสรดดดดดดดดดดดดดดดดด ปารีส กูรักเมิง และอึหมาของเมิงด้วย

เล่นเอาเฉา แต่ใจยังสู้ เนื่องจากเดินเป๋ออกเส้นทางไปเยอะ ก็ยังนั่งรถกลับไปที่ประตูชัยกินแมครอพระอาทิตย์ตกดิน

ซึ่งแม่งก็ไม่ตก (ทำไมเริ่มหยาบคาย) ก็เลยงอนกลับโรงแรมซะเลย

ไหนๆ ก็จะกลับแล้วขอกะใต้ดินซะรูป

Photobucket

 

Photobucket

เลยทำให้รู้ว่าเก้าอี้ของสายรถไฟสีฟ้าออกแบบโดย Paul Smith .... ไม่ใช่ล่ะ

 

Photobucket

หารู้ไหมว่า วันนี้พระอาทิตย์เขาห้ามตก (ที่ออกมามืด เพราะกล้องแสงไม่พอ)

 

Photobucket

ยอดซาเคเคอร์ที่เห็นเมื่อตอนบ่าย จริงๆ ฟ้ามันยังสว่างนะ ยังมองเห็นคนเต็มไปหมดเลย แถมตอนเช้าที่ออกจากที่พักก็มีคนปีนไปตั้งแต่8-9โมง เพราะหน้าร้อนเปิดตั้งแต่ 8โมงเช้าถึง5ทุ่มแน่ะ

 

จากนั้นก็ได้เวลาเซย์กู้ดบายกะปารีสคะ แต่อย่าคิดว่ามันจะเรียบง่ายป่านนั้น ถ้าง่ายไปก็ไม่ใช่ทริปสองหมีสิ

เพราะเนื่องจากความรอบคอบคืนก่อน สองหมีก็ถือโอกาสไปหาเรื่องคุยกับหนุ่มแว่นที่ฟ้อนต์ เลยยกเอาเรื่องทางไปสนามบินมาถาม พี่แว่นก็พาซื่อหรือซื่อบื้อไม่รู้ บอกทางมาแต่บอกไม่หมด (แต่พี่แว่นก็ออกตัวมาว่าไม่ชัวร์ไว้อ่ะนะ) ว่าเออถ้าจะไปสนามบิน Orly ก็ไปลงเนี่ยแหละตามที่เข้าใจ

Tip: สนามบินนานาชาติในปารีสเท่าที่เคยไปมีอยู่ 2แห่งคือ Airport Charles de Gaulle (CDG)ลงอันนี้ แต่ไปขึ้นที่ Orly

ถ้าใครต้องไปขึ้นที่ Orly ก็ต้องระวังไว้คะ เพราะแม่งสับขาหลอก อนึ่งสองหมีไปถึงสถานีด้วยความงงเพราะหาทางลงไม่ถูก พอมองปราดเห็นคำว่า Airport กะ Or..ly ก็พรวดลงไปรอรถคะ

 

ดูรอบรถแล้วก็ยืนด้วยใจไม่สงบไปพัก กะเอาชัวร์ไปถามคนท้องถิ่นดีกว่าว่า ที่สองหมีจะไปรถมันมาชัวร์ ก็ปรากฏว่าไม่ใช่วะ เพราะไอ้Orly ที่เห็นจากจอตัวเล็กๆ มันแถมตัว R มาด้วยเป็น Orgly (ไม่ตัดตัวLไปเลยล่ะมึง)

 

โอ้ววว วิ่งตับปลิ้นเลยสิคะคุณ ดีว่าชานชลาไม่ไกลกันมาก แต่พอลงมาแล้วก็ยังไม่ชัวร์อีก เพราะว่า หาชื่อที่จะไปเจอ แต่รอบมันไกลมาก คือ 30-45นาที ก็ได้อีกถามทางดีกว่า

 

เป้าหมายแรกพลาดไป ไม่รู้ทาง แต่มาเเจ็กพอตแตกเอารายที่สอง คือป้าปารีเซียงใจดีเห็นกระเหรี่ยงหลง เลยบอกทางให้อย่างละเอียด แถมจะพาไปส่งด้วย

 

ไม่ใช่อะไรหรอก ป้าแกไปทางนั้นพอดี เลยได้นั่งคุยกับป้าไปตลอดทางพร้อมกับช่วยกันอธิบายว่า ประเทศไทยน่ะ ไม่ใช่ ลาว พม่า เขมร หรือว่า กัมพูชานะป้า เวียดนามก็ไม่ใช่

 

อ้อ ใครคิดว่า มหกรรม (กรรมจริงๆ ด้วยแหละ) จะจบ ป่าวคะ พอไปลงที่สถานี Orly ก็ต้องเปลี่ยนรถเข้าตัวสนามบินอีกที ซึ่งพอมาถึงจุดนี้บัตรเบ่งปารีส 3 วันใช้ไม่ได้แล้ว ต้องซื้อตั๋วใหม่ประมาณ 3ยูโรนิดๆ ก็โชคดีอีก เจออีเจ๊เรื่องมากกกกกกกกกก ทำให้หมีตกรถอีกขบวน

แต่เอาน่า เผื่อเวลาให้มาถึงเวลา Gate เปิดพอดี คงไม่มีไรหรอก.....

ซะที่ไหนเล่า!!!!!

EasyJet (โด้)!! จำไว้เลยนะไอ้โลว์คอสแอร์ไลน์ มึงง่ายแค่ตอนรับตังค์นี้หว่า เที่ยวบิน 5 เที่ยวบิน เสือกเปิดเค้าท์เตอร์เช็คอินไว้แค่3-4 โต๊ะ แล้วจะไปพอยาไส้อะไรฟะ

 

จะมาก็ต่อคิว จะออกก็ต้องต่อคิว โคตรลุ้นเลยคะน้องพี่ว่าจะตกเครื่องบิน

รอแล้ว รอเล่า จนมาถึงแถวหน้าสุด อีเจ๊หน้าเค้านท์เตอร์ตะโกนมา ใครไปฮังการีมาได้เลย

เท่านั้นแหละ All the hell breake loose มากคะ

กระโจนยังกะหนีระเบิด

 

ในที่สุดอีชั้นก็เช็คอินสำเร็จ

แต่แม่งก็ต้องไปติดแหง๊กคาอยู่ตอนตรวจตัว

ก็ช่างเหอะพอขึ้นเครื่อง หมีบ้าก็ชิงหลับตั้งแต่เขาสาธยายอุปกรณ์ช่วยชีวิตยังไม่เสร็จเลย

เครื่องบินตกไม่ห่วง แต่ห้ามตกเครื่อง???

แล้วมารออ่านต่อว่าเมื่อสองหมีไปรวมเเจมกับชาวคณะที่ฮังการี จะมีเรื่องปวดจิตอะไรรอเราอยู่

 

 

 

เอนทรีนี้ยาวมากกกกกกกกกกกก แต่ก็เขียนมันส์ดี เพราะว่าไปได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมมาบ้าง ใครอ่านแล้วชอบได้ประโยชน์ก็ดีใจค่า

สำหรับคำถามที่ถามว่า ทริปนี้เท่าไหร่ (โอ้ คำถามเจ็บปวด)

ไม่สามารถให้คำตอบได้คะ เพราะงบบานปลายเอาการ เพราะตอนอยู่อังกฤษเที่ยวแบบวันเดียวกลับเยอะ ค่าเดินทางเลยบานเบอะ

 

 

edit @ 6 Sep 2009 08:16:12 by tapum

edit @ 6 Sep 2009 15:32:00 by tapum

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ๊ยย อยากไปบ้างจัง
ภาพสวยมากๆ ทุกภาพเลยย

cry cry cry

#1 By i'm SHIBA on 2009-09-06 08:32

อยากไปดูแวร์ซายค่ะ ตอนเรียนนี่ สวนดูสวยมากๆ แต่เห็นรูปที่ถ่ายมาแล้วเมาไปกับลายวอลเปเปอร์

รออ่านทริปฮังการีต่อค่ะbig smile

#2 By ทานุขนฟู on 2009-09-06 20:31

Hot! Hot! Hot!
แจ่มๆๆๆ

#3 By Rinna ♥ on 2009-09-06 21:58

เมืองงามๆ


ชอบที่เอาสติกเกอร์ใสสีมาแปะ...แก้ปัญหาง่าย ๆ แต่น่ารักดีconfused smile

#4 By wesong on 2009-09-07 12:22

อ๊ากกก ก
ปารีสสส ส (แฮ่
)
สวยมากเลยค่ะ เมืองในฝันเลย
ถ่ายรูปสวยจังค่ะพี่
แล้วพี่ได้ขึ้นหอไอเฟลมั้ยคะ อยากเห็น ๆ
cry cry cry

http://lady-ploywoo.exteen.com/
ว่าง ๆ พี่แวะเยี่ยม Blog หนูบ้างนะคะ ^^

#5 By ploywoO* on 2009-10-20 19:07