ความเดิมจากตอนที่แล้ว  และ แล้วแล้ว  ดูเองแล้วยังงว่านี่คือ One Day Trip หรือเนี่ย จริงๆ ยังมีอีกที่ที่อยากไปแต่เวลาไม่พอนะเนี่ย

จากที่บอกไว้ในอัพที่แล้วว่ามีนัดกับเจ้าชาย ฟังดูเว่อร์แต่เรื่องจริงนะ หมีบ้ามีนัดกับเจ้าชายน้อยตั้งแต่ได้รู้ว่าที่ฮาโกเน่มีพิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อยแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องมาให้ได้ ในที่ฝันก็เป็นจริง

 

เดินทางไม่ยากคะ นั่งมาลงที่ Kawamukai Museum of the Little Prince ก็พอดีเด๊ะค

เท่านี้ในใจก็ร่ำร้องด้วยความดี๊ด๊าแล้วคะว่าต้องน่ารักมากมากแน่นอน

 

ป้ายตรงเสาหน้าประตู

 

ตอนแรกสงสัยเหมือนกันว่าทำไมถึงได้มีการตั้งพิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อยที่ญี่ปุ่น เข้าไปอ่านในเวบถึงได้รู้ว่าทางฝั่งญี่ปุ่นเป็นคนจัดสร้างขึ้นเอง โดยทางครอบครัวของ อองตวน เดอ แซง
-เตกซูเปรี (เจ้าของผลงาน) ได้เขียนขอบคุณสำหรับของขวัญที่ทางญี่ปุ่นมอบให้กับ อองตวน (ให้ทีเป็นพิพิธภัณฑ์เลยวุ้ย) แต่ไม่ยักกะบอกว่าสร้างมาตั้งแต่เมื่ไหร่ แต่เอาเหอะไปเที่ยวกันดีกว่า

 

เข้ามาสิ่งรอต้อนรับแขกทุกท่านก็คือ เจ้าชายบนดาว
B612 ทำออกมาได้น่ารักมาก เพราะมีทั้งภูเขาไฟที่เจ้าชายน้อยต้องทำความสะอาด และเจ้ากุหลาบผู้เย่อหยิ่งด้วย

 

แผนที่ด้านใน ตอนที่ไปโชคดีมาก เพราะเริ่มเข้าเทศกาลคริสต์มาสแล้ว (ใช่แล้วหมดฮาโลวีนปุ๊บ พี่ยุ่นแกเล่นเลยคะ) เลยมีไฟกะต้นคริสต์มาสให้ดูแล้ว

 

 

หลังจากซื้อตั๋วแล้วเข้าไปจะเป็นทางเดินจำลองของถนน
Provancal ในสมัยปี 1920

 

บรรยากาศรอบๆ ทำออกมาได้น่ารักมาก ทำเอาเคลิ้มๆ นึกว่าได้ไปเดินเล่นในฝรั่งเศสมาซะงั้น นอกจากจะทำตัวตึกออกมาได้อย่างสวยงามแล้ว ข้าวของที่ใช้เป็น Window Display ก็ทำออกได้ดีมาก

 

เดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ จะเจอกับจตุรัสของชายผู้จุดตะเกียง

ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีตราปั๊มให้สะสมกัน โดยจะเปลี่ยนไปในแต่ละเดือน และในเดือน
11 ก็เป็นเดือนของชายผู้จุดตะเกียงคะ (ตอนแรกที่เห็นเลช 11 ก็ตกใจ เพราะดันนึกไปเองว่ามีให้ตามล่าเยอะขนาดนั้น พออ่านในโปรชัวร์ค่อยโล่ง)

 

และเราก็จะเจอกับเจ้าชายน้อยอีกครั้งคะ ที่
The Consuelo Rose Garden ซึ่งตั้งชื่อตามภรรยาของอองตวน

ในสวนกุหลาบแห่งนี้ได้จำลองมาจากฉากในหนังสือ สังเกตได้ว่าจะเห็นแกะน้อยกับเจ้าจิ้งจอกยืนอยู่บนเสา

 

และเจ้ากุหลาบผู้เย่อหยิ่งด้วย

 

ติดกันคือถนนพระราชาซึ่งจำลองมาจากถนนในเมืองลิยงซึ่งเป็นบ้านเกิดของอองตวนในช่วงปี 1900

 

มุดไปถ่ายมาจากหน้าร้าน น่ารักเจ้าชายน้อยมาก

 

ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอองตวน และเมื่อเดินจนสุดถนนก็จะพบถึง
8 rue de Peyrat และที่นี่เองคือบ้านที่อองตวนเกิดล่ะ ในตึกนั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Exhibition Main's Hall

แต่เนื่องจากกลัวแดดจะหมด (คือมันก็หมดแล้วอ่ะนะ) เลยขอไปถ่ายรูปในสวนข้างๆ ก่อนนะฮ่ะ ของในฮอล์ลรอไปก่อน ถึงถนนเส้นเมื่อกี้จะบอกว่าเป็นถนนของพระราชา เราก็ต้องเดินมาสุดสายถึงจะเจอกษัตริย์ชราผู้คิดว่าทุกคนต้องอยู่ใต้อาณัติของพระองค์นั่งรออยู่ในสวนปลายทาง

ถ่ายรูปยากมาก เพราะพระองค์ทรงแฟลชมากฮ่ะ สปอตไลท์สาดเข้าไป กลัวราศีกษัตริย์ไม่จับหรือไร

 

และก็พบกับเจ้าของนัดหมายอีกครั้ง เขานี้มาในชุดแบบเต็มยศคะ อ่านในโบชัวร์มีเรื่องน่ารักๆ เกี่ยวกับสีเสื้อของเจ้าชายน้อยมาเล่าให้ฟัง ในปี
1945 เดือน11 วันที่30 เจ้าชายน้อยฉบับภาษาอังกฤษได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในอเมริกา (ภาษาฝรั่งเศสพิมพ์ก่อนหน้านี้2ปี) ทางอเมริการต้องการออกหนังสือในมีสีที่โดดเด่นสะดุด และบอกว่าสีต้นฉบับนั้นค่อนข้างอ่อนเกินไป เลยทำการรีเมคสีเสื้อของเจ้าชายเสียใหม่

 

ดังนั้นสีเสื้อต้นฉบับจะเป็นสีเขียวออกตองอ่อนนะเด้อ

 

Pilot Road หรือถนนนักบิน จำลองบรรยากาศในถนนแบบปาริเซียงในยุค 30 ภายในตัวตึกมีการฉายสารคดี ชีวประวัติของอองตวนสั้นๆ ให้ขมกัน นอกจากนั้นยังมีเจ้าชายฉบับพิมพ์ครั้งแรกให้ชมกันด้วย

 

สวนด้านหน้าเป็นพื้นที่ของนักธุรกิจที่คิดว่าดวงดาวทุกดวงเป็นทรัพย์สินของตน

 

เมื่อเดินไปตามเส้นทางจะไปพบกับโบสถ์
Saint-Maurice-de -Re'mens Chareau สถานที่ซึ่งอองตวนใช้เวลาอย่างสนุกสนานในวัยเด็กๆ

 

ใครสนใจมาจัดพิธีแต่งที่นี้บ้างไหม น่ารักนะ ดาวเต็มไปหมดเลย

 

ที่โรเเมนติคสุดๆ น่าจะเป็นเหนือประตูโบสถ์มีดอกกุหลาบแดง ผู้เป็นเจ้าของความรักของเจ้าชายน้อยติดไว้อยู่

 

ออกมาพบกับชายผู้จุดตะเกียงอีกรอบ

 

และนักภูมิศาตร์ผู้รอบรู้ทุกพื้นที่ในทุกแห่งแต่ไม่เคยลุกออกไปจากโต๊ะของตัวเอง

 

ส่วนนี้เป็นชิ้นที่ชอบที่สุด

เจ้างูที่แด๊กช้างไปทั้งตัว

(เจ็บจายยยยยยยยยยยยย เมื่อกี้นั่งแปลโบชัวร์ถึงได้รู้ว่ารูปร่างของสวนเล็กๆ นี้ก็คือรูปทรงเดียวกับเจ้างูแด็กช้างไปนั้นเอง ฮืออ มาตั้งใจนั่งอ่านแล้ว พลาดอะไรดีๆ ไปเยอะเลยอ่า ต้องไปใหม่ ฮาฮาฮา)

 

ในที่สุดหมีบ้าก็สามารถเฉดหัวตัวเองเข้าไปในฮอล์ลหลักกับเข้าได้สักที ก็ตอนที่ฟ้ามืดแล้ว เจ๋งอีกคะขอบอกว่าเจ๋งอีกแล้ว ทำไมญี่ปุ่นมันทำพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆ เก่งๆ กันจัง

 

พอเข้าไปในตึกเราก็ต้องปี