หลังจากแหกขี้ตาตื่นมาตีสามกว่าๆ เพื่อเชียร์บอลแพ้ หมีบ้าก็ต้องแบกสังขาร(และใจ)โทรมๆ ไปที่อุเอโนะ เพื่อเข้าชมงานแสดงผลงานของอาจารย์ อิโนอุเอะ ทาเคฮิโกะ เจ้างของผลงานการ์ตูนชื่อดังจากเรื่อง SLAM DUNK และ VAGABOND

 

ในงาน Inoue Takahiko : saiko no mangaten หรือ Inoue Takahiko: The Last manga Exhibition ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็น The Last ยังหารายละเอียดจากเวบไซด์ไม่เจอ

เดินมาเจอภาพใหญ่โคดรออยู่

 

คนมารอเยอะมากกกกกกก ทั้งๆ ที่งานเปิดสิบโมง อาจารย์นัดไปเก้าโมงครึ่งเพื่อรับบัตร

 

ที่เห็นนี้คือรอซื้อตั๋วนะ

โชคดีว่าโรงเรียนเตรียมไว้ให้ เลยรอแค่ครึ่งชั่วโมง ไม่งั้น หึหึ คนญี่ปุ่นก็สุดยอดดีนะ เพราะว่าตอนเก้าโมงครึ่ง คิวที่รอซื้อตั๋วก็ห้าร้อยคนน่าจะถึง อะไรจะตื่นเช้ามาดูกันมากมายขนาดนี้?

 

 

 

ทางเข้า

 

พอกลับมาตอนบ่ายโมง เพื่อรอเพื่อนอีกคน บัตรของวันนี้หมดแล้ว และระยะเวลารอเพื่อเข้าชมคือ 
160 นาที (นานพอๆกับเครื่องเล่นที่ดิสนีย์ แลนด์เลยวุ้ย)

 

อีกทีแบบเเหน่งๆ

 

งานนี้มาแบบงงๆ เพราะโรงเรียนพาไป ตะแรกหมีบ้าคิดเอาเองว่า คงเป็นแค่การรวมผลงานที่ผ่านๆ มาของอาจารย์เท่านั้น แต่ทว่าหมีคิดน้อยไปหน่อย ก็เลยผิดเต็มๆ ฮ่ะ

 

 

ที่ไหนมันตื่นตาตระการใจ วิไลโลกมากกว่านั้นเยอะคะ เพราะงานนี้ไม่ใช่การนำต้นฉบับของจริงหรือการนำงานเก่าๆ มาโชว์ แต่เป็นการวาดใหม่เกือบจะทั้งหมด จากผลงานเรื่องเดียว นั่นคือ VAGABOND และที่ตื่นตาก็เพราะว่า ครึ่งต่อครึ่งของผลงานที่แสดงนั้น เป็นการวาดจากพู่กันจีน (ภาพขาวดำทั้งหมด) ซึ่งขนาดของภาพมีตั้งแต่ 1เมตรถึง 5 เมตรแน่ะ อลังการมากมายทีเดียว

 

ส่วนตัวหมีบ้าหยุดอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ไปหลายปีอยู่ ทำไมไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัดว่า ที่ไทยและญี่ปุ่นจบไปแล้วหรือยัง แต่ผลงานที่แสดงเป็นตัวละครเด็กคนนึงที่ตามหา มิยาโมโต้ มุซาชิ เพื่อจะขอฝากตัวเป็นศิษย์ เมื่อพบกัน มิยาโมโต้ก็ได้หวนนึกถึงช่วงชีวิตในอดีตของตนที่ผ่านมา

 

เสียดายว่า ไม่ได้อ่านเลยจับต้นชนปลายไม่ถูกสักเท่าไหร่ แต่เท่าที่พยายามอ่านดูก็พอไปไหว ประมาณว่าค้นหาตัวเอง ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

 

และอีกเช่นกัน ที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเลยไม่มีมาฝากกันตามระเบียบ

 

แต่งานนี้ก็สุดยอดอีกเช่นกัน เพราะได้เห็นผลงานสดๆ ตัวเป็นๆ ของอาจารย์ใกล้ๆ ตา ลายเส้นที่คมกริบ แม้แต่ในส่วนของรายละเอียด น้อยมากที่จะใช้สกรีนโทน และส่วนที่เลิศที่สุดก็คืองานส่วนใหญ่อาจารย์แกใช้พู่กันหมึกจีนวาด เห็นแล้วแทบอยากจะไปกอดขาอาจารย์ แล้วถามว่า วาดได้ยังไงคะ อาจเป็นเพราะใช้แค่สีขาวดำเล่าเรื่องและแสงในหอศิลป์ใช้แค่แสงเหลือง ทำให้บรรยากาศในการชมดูสงบนิ่ง สิ่งที่เคลื่อนไหวมีเพียงเรื่องราวในภาพเท่านั้น แสงสปีดแต่ละเส้นดูแล้วทำให้เราเคลื่อนไหวไปกับตัวละครเลยทีเดียว

 

 

ครั้งนี้นับเป็นการอ่านการ์ตูนเล่มที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตล่ะมั้ง เพราะว่า ต้องเดินอ่านให้ทั่วหอศิลป์ ไม่ใช่นำภาพมาเรียงหลานกันเฉยๆ แต่มีการวาดสัญลักษณ์ดำเนินกันบนผนังกันเลย

 

ภาพบางภาพเดินเลาะมุมไปเจอก็ต้องหยุดนิ่งไปเพราะว่า มันมโหฬารงานสร้างมากมายเลย

 

เล่าลำบาก อยากเป็นคนเล่าและบรรยายภาพได้เก่งกว่านี้จัง

 

ยิ่งงานแสดงสุดท้ายนี้ยิ่งใหญ่มาก ดูแล้วน้ำตาเกือบไหลแน่ะ มันอบอุ่นมากมายจริงๆ อยากกลับไปอ่านการ์ตูนเรื่องนี้เหลือเกิน

 

ใครสนใจขั้นตอนการทำงานครั้งนี้สามารถติดตามชมได้ที่ http://www.flow-er.co.jp/

เริ่มกันตั้งแต่วางโครงการเลยทีเดียว ส่วนเริ่มวาดภาพพู่กัน จะราวๆ กลางเดือนห้าคะ กดคลิกดูได้นะ

ส่วนนี้เป็นเวบของอาจารย์เอง

http://www.itplanning.co.jp/

 

งานนี้เกือบมีเสียทรัยพ์เพราะหนังสือรวมผลงานอาจารย์ เพราะพี่แกเล่นออกมาสองเล่ม เป็นภาพสี กับขาวดำ ทำใจไม่ถูก ดีว่าคิดทันว่า ซื้อกับเวบน่าจะถูกกว่าเลยฉลอไว้ก่อน

 

แถมยังออกหนังสือเฉพาะสำหรับงานแสดงครั้งนี้อีกด้วย คือ migatsuki