The passions within ours heart are forever... part2
posted on 15 May 2005 21:40 by tapum in myselfThe passions within ours heart are forever... part2
Precious
กลับมาแล้ว กลับมาแล้ว Part 2 ที่ต้องใช้เวลาเตรียมตัวนานมั่กมากกกก เพราะตอนนี้มีชื่อเล่นว่า "เปิดกรุ" เรียกได้ว่า ทั้งขนทั้งรื้อออกมาทั้งบ้านเลย บางชิ้นแอบเหวอ ประมาณว่ามาได้ไง ทำไมมาหมกอยู่ตรงนั้นตรงนี้เต็มไปหมด
จาก ตอนที่ปะไปคราวที่แล้ว มีแต่คนหน้าเก่าคุ้นเคยมาตอบกันเต็มไปหมดเลย เหอๆ ทำให้รู้เลยว่า เวลาช่างผ่านมานานแล้วนะหลานเอ๋ยยย ว่าแล้วก็จิบชามือสั่นๆ
อย่างที่เคยเกริ่นไปในตอนแรกว่า CD LUNA SEA ที่เข้ามาในบ้านแผ่นแรกก็ชื่อ EDEN ส่วน Single เนี่ยก็คือ End of Sorrow แต่บ้านเราจะตลกอยู่อย่างว่า แผ่นที่ซื้อเข้ามาแรกๆ มักจะเป็นพวกแผ่นฟังยาก หรือไม่ก็แผ่นอินดี้ อย่าง IMAGE ไม่ก็ LUNA SEA

ไอ้แผ่นที่เพราะๆ หรือแผ่นดังๆกลับไม่ซื้อ เพราะตอนนั้น ได้อานิสสงค์จากเพื่อนพี่ชาย ให้ยืมไอ้สองแผ่นที่ว่ามา แหมก็ตอนนั้นน่ะเบี้ยน้อยหอยน้ยอนี่นา แถมตอนหลัง BGM ก็ทำเทปออกมาขาย
กว่าจะได้ซื้อ MOTHER หรือ STYLE น่ะ ตั้งนานแน่ะ อย่างแผ่น STYLE เนี่ยก็อย่างได้ลอตแรกให้ได้ (ก็เคยสัมผัสแต่แบบนั้นนิ) กว่าจะหาได้ก็นานอยู่เหมือนกัน
แต่ที่ฟลุ๊คมากๆ ถึงมากที่สุดก็คือแผ่น MOTHER ลอตแรก จริงๆ ได้แผ่นธรรมดามาแล้วล่ะ แต่ตอนที่ไปดู FINAL ACT น่ะ ไปเดิน DISC WAVE แล้วเจอะเข้าให้ เนี่ย ตกใจมากกกกกกก มือสั่น กลัวว่าราคามันจะมหาโหด ก็มันออกมาตอน95แล้วตอนนั้นก็ปี2000แล้วนา ราคาก็ไม่น่าจะน้อย แต่ที่ไหนได้ แค่3000เยนเองล่ะ เท่าเดิมเลย ตอนถามราคานี้เหวอไปเลย ทำไมมันถูกอย่างงี้
เรื่องขำก็คือ ตอนนั้นฝากพี่ชายซื้อ MOTHER ไป เขาเลยจำได้ว่าไอ้แผ่นนี้มีอยู่ที่บ้านแล้ว พี่เราก็เลยท้วงว่า ซื้อไปทำไม ที่บ้านก็มี ไอ้เราก็เถียงสิ "ก็นี่มันลอตแรกนี่นา" พี่ก็โต้กลับ งั้นไอ้แผ่นนั้นก็เอาไปขายซะสิ ตอนนั้นอารมณ์ว่าไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ก็รับปากไปงั้นแหละ ใครจะกล้าขายทิ้งล่ะ

หน้าตาMOTHER ก็จะประมาณในรูปแหละ จริงๆมันก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก นอกจากสายคาดเป็นพลาสติกใส แผ่นสกรีนรูปMOTHER และแถมภาพแผ่นพับ ห้าหนุ่มตะกายฝาอย่างที่เห็น
พูดจริงๆ ว่ามาติดนิสัยเสียบ้าลอตแรก ก็เพราะไอ้วงร็อคญี่ปุ่นหรอก ไม่รู้ทำไมต้องมีมากระตุ้นต่อมด้วย ทำให้เกิดการรบราฆ่าฟันในการแก่งแย่งซะขนาดนั้น อย่างของ LUNA SEA พวกแผ่น Single ส่วนมาก็จะเป็นกล่องพลาสติคมาอีกชั้นใช่ม้า

จะมีให้กระดี๊กระด๊าหน่อยก็จะเป็นพวกแผ่นใหญ่ อย่างอัลบั้มSTYLE ที่ทำเป็นกล่องสีดำ แถมน่าเตะมากกกกก ที่พวกคุณเอ็งทำเก๋ ปะสติกเกอร์เป็นหิน 5 แบบ ให้แฟนขาดสติซื้อ มันน่าไหมล่ะ ดีนะยังมีสติเก็บๆไว้บ้าง แต่ตอนนั้นไปเจอแผ่นถูกก็ซื้อซำ้มาเหมือนกันนา
ส่วนแผ่น MOTHER ก็อย่างที่บอกไป
พอถึงยุคปี 1999 วงการอุตสาหกรรมญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้การออกแผ่นSingle แผ่นยาว หรือ แผ่นเล็กสาปสูญไป เปลี่ยนเป็นแผ่น Maxi Singleแทน ซึ่งนำพาความเจ็บใจให้เราอย่างมาก ไหนจะราคาที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว การออกแบบปกที่ทำให้ดูต่างไปจากพวกอัลบั้มก็หายไปอีก เศร้ามากกกก
จริงๆแล้ว LUNA SEA เป็นวงที่ออกแบบปกได้สวยมากกกกกกก ตั้งแต่ชุดแรกๆเลย ทำให้ธีมของวงออกจะโกธีคนิดๆ Fantasyหน่อยๆ เหมาะกะวิชช่วลของวง แต่อาเพศมาเกิดเอาตอนปี 98 หลังจากที่พวกคุณทั้งห้าแยกย้ายไปหาลำไพ่พิเศษทำโซโล่กัน ทำให้แต่ละตนแต่ละตัวได้ไอเดียบรรเจิดมากๆ มาทำปก ตอนแรกพวกปก Single STROM ก็ยังสวยอยู่ แต่พอAlbum ออกมาสิ โอ้ พระเจ้าจอร์ชที่3 ให้ตายเถอะอามาเดอุส แค่ชื่อก็ทำให้ร้องไห้แล้ว ปกเอ็งก็เล่นง่ายตามชื่อเลยเหรอ จำได้ตอนนั้นไปเอาแผ่น SHINE พร้อมกับแผ่น ZLICHของhide โหยยยย hideน่ะ เท่ห์ยังไงก็ยังงั้นเลย ไม่เคยผิดหวัง (hide อีกนั้นแหละที่ทำให้อยากเรียน Package Design)
อ่าาา ยังออกทะเลไปซะแล้ว กลับมาที่ลอตแรกต่อ ตอน LUNACY พวกคุณเขาก็เปลี่ยนแนวออกมา โมเดิร์นมากขึ้น อย่าง gravityเนี่ย ก็มีลูกเล่นนะ ก็คือแผ่นสีดำๆตรงปกน่ะ มันเป็นแผ่นอุณหภูมิถ้าเราเอามือไปอุ่นมันจะมีรูปแม่สาวหน้าดำโผล่มาด้วยนะเออ (เพื่ออะไรฟะ) และจับผิดได้ก็คือ สีปกพิมพ์มาไม่เท่ากัน ตอนนั้นเลือกตั้งนานว่าเอาแผ่นไหนดี
ส่วนแผ่นสอง Tonight ก็มีสติกเกอร์ที่เป็นตัวพวกคุณ ห้าคนปะไว้ และ LOVE SONGก็ทำเท่ห์ค่ะ กล่องขาวจั๊วะ ปั๊มนูนเป็นแฉกๆ ให้เก๋เล่น แต่ข้างในเป็นไงไม่รู้ ไม่ได้แกะ (ตอนนั้นก็บ้าซื้ออีกแผ่นเนอะ)
นอกจากนี้ ตามประเพณีของคนญีปุ่น ไม่รู้ทำไมต้องทำไอ้พวกแผ่น Piano , Guitar solo มาให้พวกแฟนเสียตังค์ด้วยก็ไม่รู้ แต่ไอ้สองแผ่นแรกก็เพราะดีนา ฟังให้เคลิ้มก็โอ คาดว่าของ LUNA SEA เนี่ยน่าจะมาจากการเสียดายของ คงจะพอจำกันได้ว่า ตอนจบของ Concert LUNATIC TOKYOเนี่ย พวกคุณทั้ง5 ใช้ Piano SOLO MOTHER มาเปิดคลอ คาดว่า Sugi คงคิดได้ว่า เอามาหลอกขายได้อีกต่อล่ะน่า
เท่านั้นไม่พอยังมีออกแผ่น Orchestra มาแข่งกะ MUSIC BOX ของป๋าโยอีกนะ
เผอิญเราไม่ได้เป็นพวกเล่นดนตรี ไม่งั้นไอ้หนังสือ Band Scoreก็คงซื้อมา ถึงมันจะมีรูปที่แปลกไปจากรูปโปรโมทก็เท่านั้น แพงจะตายอีกต่างหาก สินค้าประเภทนี้ก็เลยไม่เคยเข้ามาในบ้านเรา
นอกจากตัวเพลงและภาพลักษณ์ของ LUNA SEA ที่ทำให้หัวปักหัวปำบ้ารักมันอย่างนี้ ก็คือ LIVE LUNA SEA เป็นวงที่เล่นสดมันส์มากกกกก (ถึงจะเคยดูสดๆ ครั้งเดียวก็เหอะ) ถึงจะเป็นLIVEจะออกเป็นแพทเทิร์นไปบ้าง แต่ก็ทำให้เรากรี๊ดสลบได้ทุกครั้ง มีกุ๊กกิ๊กไว้บริการชาววายอย่างเราเพียบบบ

ตอนนี้กะลังกลุ้มใจมากกว่า จะไปหาเครื่องเล่น Laser Disc ได้ที่ไหนล่ะเนี่ย เครื่องเก่าพ่อยกให้คนอื่นไปแล้ว ทั้งๆที่ Offical ที่ออกมาแล้วชอบที่สุด คือ LUNATIC TOKYO เพราะมันทำให้ชอบวงนี้ไงล่ะ แต่พักหลังก็ไม่ค่อยได้ดูเพราะว่า ไม่มีเครื่องเล่น
ตอนนั้นมันยังไม่มี DVD นี่นา แล้วแผ่น LDน่ะมันอึดกว่า VDO เห็นๆ อย่างแผ่น IMAGE OR REAL กับ Sin Aftrer Sin จะได้ตอนไปญีปุ่น ส่วน LUNATIC ก็ตอนไปฮ่องกง เงินพ่ออีกต่างหาก เยี่ยม!!
ที่เหลือจะเป็น VDO เพราะตอนที่ออก DVDเพิ่งเข้าตลาดได้ไม่นาน อย่างม้วนSLAVE GIG 2000 ตอนได้มาดีใจมากกก เพราะว่าต้องเป็น SLAVE ถึงจะสั่งได้ ม้วนนี้จะมีอะไรน่ารักๆ มาให้ดูเพียบเลย สมกะที่ให้ SLAVE จริงๆ (มาคิดดู อย่างงี้มันแบ่งพรรคแบ่งพวกนี้หว่า -"-)
แต่ก็เคยเสียค่าโง่มหาศาลลลลลลลลลลมาแล้วเหมือนกันกับไอ้ VDO ม้วนนี้

ตอนนั้นมีคนมาถามว่าจะเอาไหม PROMO REWIND เราก็ตื่นเต้น เพราะช่วงนั้น ไอ้คำว่า PROMO ที่ว่ามันฮือฮามากในหมู่แฟนลาค เพราะมันหมายถึงเบื้องหลังการถ่ายทำ VDOชุดนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น MV Dive to blue หรือว่า โฆษณามือถือ
ไอ้เราก็นึกว่า L'Arcมันมื แล้วทำไม LUNA ของฉันมันจะมีไม่ได้ ก็เลยมาเสียค่าโง่ดีกว่า 8000เยน
เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วเราก็ได้พบว่า แม่งไม่เห็นมีอะไรแตกต่างเลยกะม้วนจริงเลยนี่หว่า เอาเงินกูคืนมาาาาาาาาาาาาาาาา
จบเรื่องโง่ของหมีสองตัว
ส่วนม้วน FINAL ACT ถือได้ว่าเป็นผลงานที่ออกมาเป็น VDO ชิ้นสุดท้ายจริงๆ และสมมนาคุณแฟนเต็มๆด้วยLIVE 2 วันสุดท้าย แต่ว่า จำได้ว่า ตอนดูวันที่ 26 หลับ...อีกแล้ว
พอได้ดู LIVE มากครั้งเรื่อยๆแล้ว ทำให้รู้ได้เลยว่า คนตัดต่อมีความสำคัญขนาดไหน เพราะหน้าที่นี้อาจทำให้คอนเสิร์ตที่สนุกที่สุด กลายเป็นของน่าเบื่อ แล้วก็อาจทำให้LIVEเฉาๆ มันส์ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ในความคิดเห็นของเรา ตัวอย่างการตัดต่อกล้องที่ดี ก็คือ LUNLATIC TOKYO แต่ที่ออกจะกร่อยๆ น่าจะเป็น CAPACITY แต่ม้วนนี้มีเทคนิคให้การทำภาพให้ออกมาดูเหมือนหนัง เช่นเทคนิคภาพซ้อน ภาพเบลอเข้ามาช่วย เลยออกมาดูดีใช้ได้ แต่สอบตกตรงเสื้อผ้าริว น่าเกลียดเป็นที่สุด
ทั้งริว (ไอ้ผมยาวเยิ้มพอๆกับหน้าเนี่ยมันอะไรหา แถมเสื้อลายดอกสีชมพูแป๋นเหมือนหัว Sugi นี่มันอะไร ถ้าผิวขาวอย่างแต่ก่อนก็ว่าไป แต่พี่เพิ่งไปอบผิวแทนออกดำมานะเค่อะมันตัดกันไปป่าว)
ทั้งป้า (สีผมตอนแรกคิดว่าคงทำไว้อาลัยให้ hide แต่หลังๆเนี่ย ออกจะเป็นไปทรงตูเเป็ดนะค่ะ (เห็นครั้งแรกในทีวีฮ่องกง อึ้งแดกไปเลย) แต่พอนานเข้าชินไปก็เลยโอเค ดีนะที่หน้ามันหล่อ แต่ไอ้ที่จะขุดกางเกงเก่าสมัยยังหนุ่ม อย่างกางเกงมอสดี้มาเนี่ย เข้าใจนะว่าพี่มั่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่คนที่เคยมีประสบการณ์หลอนกางเกงแบบนี้มาแล้วในอดีตอย่างเราเห็นอีกครั้งมันก็....)
รวมทั้งหัวกบาลพี่ตี๋ (ใครหนอคิดให้พี่ตี๋ตัดหน้าม้าผมหน้าตาล อย่างพี่น่ะถ้าไม่ทองไม่มีแว่นดำก็ไม่เท่ห์เด่ะ)
แต่ว่า Ryuichi ถือว่า ได้รับการปรับปรุงเป็นอย่างมากทั้งเสื้อผ้า ทรงผม และสีผิว ในช่วงLUNACY เพราะพี่แกเปล่งประกายอุมาแต่ไกล แหมเสื้อลายดอกตอนMV Gravity ก็ไม่อาจทำให้ประกายนั้นลดหายลงไป แล้วหน้ายังใสราวกับไม่ใช้อายุ 30 ทำได้ไง
ไหงลากมาพูดเรื่องเสื้อผ้าก็ไอ้พวกนี้ได้หว่า.... มาว่ากันถึงสมบบัติบ้าอีกประเภทที่เรียกได้ว่าผลาญเงินเราไปเยอะที่สุด
นั้นก็คือ หนังสือ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร หรือหนังสือภาพของทางวงเอง มันกินเงินเราไปเรียบอยู่ดีแหละ
รูปที่เห็นคือภาพอันน่าอนาถของตู้หนังสือที่รกร้าง ขาดการดูแลมานาน เหอๆๆ ฝุ่นอื้อเลยยย

ฝั่งนี้จะเก็บประเภทหนังสือเย็บแมค พวก R&R Bpass Oricon หรือว่า พวกหนังสือเล่มเล็กพวก GIG Bandya
อีกฝั่งก็พวกหนังสือภาพและหนังสือเข้าสันกาว วางแนวตั้งแล้วไม่งออย่าง UV SHOXX Fool'sMate

อย่างที่บอกว่าพวกหนังสือเป็นสินค้าที่สูบเงินมากที่สุด ทั้งๆที่ไอ้พวกคุณทั้งห้าไม่เห็นจะได้เปอร์เซนต์แบ่งจากหนังสือพวกนี้ซะหน่อย แต่ในเมื่อพวกเอ็งขึ้นปก ฉันก็จะล่ามาให้ได้ เหอๆๆ

SHOXX 41ถิอว่าเป็นหนังสือหน้าปก LUNA SEA แรกที่เข้าบ้าน ตอนนั้นถือคติ ต้องมีเกินกว่า 3วงที่ชอบถึงจะพาเข้าบ้าน
และเราก็มีนิสัยประสาทๆ พวกชอบจดชอบเก็บว่าอันไหนซื้อก่อนหลัง วันที่เท่าไหร่ด้วย เลยเป็นที่มาของรูปนี้

งง ใช่ม้าาา ว่ามันคืออะไร เหอๆ มันก็คือพวกบิลหนังสือที่เราซื้อมาไง จะจดว่าเล่มไหน แต่ว่านี้ก็เป็นส่วนนึงที่เก็บได้ พอหลังๆเข้าชักขี้เกียจก็เลยไม่ได้เก็บแล้ว แต่พอมาดูแล้วก็สนุกดี ทำให้จำได้ว่า เดี๋ยวนี้หนังสือมันราคาโหดขึ้นขนาดไหน
คิดเอาเองล่ะกันว่า ตอนนี้ UV ตอนนี้อย่างต่ำนะ ก็500กว่าๆแล้ว แต่เมื่อก่อนนะ 380 ส่วน Shoxx ถ้าเป็น sea ก็จะประมาณ 280 airก็ 330 แต่ตอนนี้ไม่รู้เท่าไหร่แล้วเหมือนกัน
แต่พอเอาบิลมาคำนวณราคาก็ต้องปาดเหงื่อว่า เมื่อก่อน ไร้สติได้ขนาดนั้น อ่านก็ไม่ออก บ้าอยู่นั้นแหละ
ทำให้เรายอมรับได้ว่า บ้าวงนี้ก็เพราะหน้าตาพวกนั้นด้วยแหละ ไม่งั้นไม่บ้าซื้ออะไรขนาดนั้นหรอก ฉะนั้นถ้าคุณเป็นพวกแฟนๆที่ชอบบอกกับทุกคนว่า "ฉันไม่ได้ชอบพวกนี้ที่หน้าตานะ ฉันชอบพวกเขาที่ฝีมือต่างหาก" แต่คุณก็ซื้อหนังสือเก็บล่ะก็ ร้อยละ 99 น่ะ เรารู้นะว่าคุณกำลังโกหกอยู่ ส่วนอีก ร้อยละ 1ที่เหลือน่ะ นอกจากจะหลอกตัวเองแล้วยังหลอกคนอื่นอีกต่างหาก เหอๆๆ
ถ้าคุณบอกมาว่า คุณน่ะชอบ Spitz หรือ Mr.Children ที่ผลงาน อย่างงี้สิค่อยน่าเชื่อหน่อย อ๊ะ แต่ก็ไม่แน่นา เพราะ Mazamune ก็น่ารักดี ส่วน Sakurai ก็เท่ห์ออก
ส่วนหนังสือที่ได้อย่างไม่คาดฝันก็มีอยู่หลายเล่มเหมือนกัน อย่างสองเล่มที่เอามาปะ

Rock it! เล่มนี้ได้ตอนไป FINAL ACT ที่ DiscWave เช่นกัน แต่เป็นรอบ2ที่ไปมา ตอนถามราคาก็ตกใจเพราะถือว่าถูกมาก สำหรับหนังสือเก่าปี93 อย่างงี้ ภาพสมัยพวกนี้ยังเอ๊าะๆเนี่ีย เหอๆ หน้าเด้งกันทั้งนั้ัน ไม่ต้องโปะมาก

Fool's mate เล่มนี้เพื่อนน้องซื้อมาให้ ราคาก็ไม่แพงอีกเช่นกัน แต่เท่าไหร่จำไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นช่วงก่อนกว่าเล่มข้างบน แต่ดีกรีความโหดเนี่ยมันต่างกันเยอะนะ
และก็จะมีหนังสือประเภทที่ไม่น่าจะไปขึ้น ก็ไปขึ้นมาได้อย่าง ShounenMagazine โธ่ ใครจะคิดละว่าไอ้พวกคุณทั้งห้าจะไปขึ้นปกหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ แถมมีการ์ตูนความเป็นมาของวงกับโดนัทสามชิ้นให้อ่านอีกต่างหาก แหมมมม ทำไปได้

ที่นี้มาว่ากันกับหนังสือที่ซื้อแล้วเงินเข้ากระเป๋าของพวกนี้กันบ้าง

เรียกได้ว่า ถ้าดูไล่ลำดับจะเห็นวิวัฒนาการที่ไม่น่าต่อกันติดของวงนี้เลย มันช่างก้าวกระโดด มาได้น่าตะลึงกว่า วิวัฒนาการของมนุษย์เราอีก (เอ...พวกนี้มันก็มนุษย์เหมือนกันนี่นา)จะแบ่งได้สองช่วง B(efore) 96 กะ A(fter) 98
B96 เนี่ยจะถือว่า LUNA SEA ยังเป็นวง Visual เต็มรูปแบบเสื้อผ้าจะหลุดโลก Fantasy สุดฤทธิ์ เน้นว่า แต่งไปเดินตามถนนไม่ได้ นอกจากแถว Harajuku อ๊ะ แต่ตอนนี้แถวสยามบ้านเราก็แต่งได้แล้วนะ
Concept ของหนังสือภาพก็ออกมาตามนั้นเลย อย่างหนังสือคู่อย่าง ZOE จะแบ่งเป็นสองส่วน คือการถ่ายแบบ และอีกเล่มจะเป็น Live

เล่ม ZOE สีขาวนี้แหละที่เป็นหนังสือภาพเล่มของบ้านเรา

เหอๆ แอบถ่ายบิลมาให้ดูด้วย ว่าราคาตอนนั้นน่ะมันเท่าไหร่

จะโผไปไหนฟระ

น่ารักเกินไปแล้วววววว

ขอโทษ ไม่มีแว่นดำพี่ก็เท่ห์ได้เฟ้ย

อดีตตตตตต

เชื่อแล้วว่าคุณพี่บ้า StarWars มากกกกก
ก็ดูเอาว่าภาพมันถ่ายออกมาเลิิศหรูขนาดไหน จำได้ว่าเห็นโฆษณาครั้งแรกใน Shoxxแล้วกรี๊ดกร๊าดใหญ่เลยว่า ทำไมอิโนะน่ารักอย่างงี้ เหอๆ พอซื้อมาก็ไม่ผิดหวัง
อ๊ะไม่สิ ผิดหวังติ๊ดนึงตรงที่ รูปริวไม่สวยเท่าที่หวัง แถมกลายเป็นขวานฟ้าหน้าดำอีกต่างหาก เล่มนี้ใครเป็นแฟน Sugi กรี๊ดตายเลย เพราะหล่อสาดดกระจายเลย
อีกเล่มที่ประทับใจเพราะต้องเก็บค่าขนมงุบงิบกะน้องก็คือ BLACKBOX

เล่มนี้ Conceptของแต่ละคนก็เล่นเอาเหวอเหมือนกัน แต่ที่อึ้งสุดก็คือ Shinya แหละที่เล่นเป็น Snowwhite ไม่คิดว่าจะน่ารักกกก ขนาดนั้น
แต่ของพี่ตี๋ไม่ใคร่เวิร์คเท่าไหร่น่า ก็พอจะรู้ว่าพี่บ้าไฟมาตั้งนานแล้ว แต่แว่นดำก็ไม่ได้ช่วยอัพเท่ห์เลย ก็แหม ไอ้หัวฟูสีทองเนี่ย มันไม่เวิร์คนิ
แต่จะมีอยู่เล่มนึงที่อยู่กึ่งกลางยุคที่ว่า ก็คือ Days เพราะเป็นรูปเบื้องหลัง การทัวร์ MOTHER OF LOVE MOTHER OF HATE ซึ่งเรียกได้ว่า ส่วนตัวมากกกกก มีทั้งตอนกินตอนนอน แถมขาวดำทั้งหมด
หนังสือในยุค A98จะเรียกว่า หนังสือภาพก็ไม่เต็มปาก น่าจะเรียกว่า หนังสือ Documentary ที่เน้นภาพมากกว่า เพราะจะมีบทความรวมอยู่ด้วย
Ends of Period จะเป็นภาพขาวดำ เบื้องหลัง คอนเสิร์ตShining Brightly กับ Ends of Period รวมกัน
ส่วน CAPACITY ก็จะเป็นเล่มที่ออกมาควบกับคอนเสิร์ต CAPACITY ครบรอบ 10ปี กะอัลบั้ม LIVE NEVER SOLD OUT (ใครคิดชื่อว่ะ)
หนังสือประเภทต่อไป ค่อนข้างจะพิเศษสักหน่อย ในสมัยที่ยังบ้าอยู่มันออกจะหายากสักหน่อยในไทย นั้นก็คือ ... SLAVE หรือหนังสือแฟนคลับนั้นเอง
อย่างที่บอก มันก็เท่ากับว่า ต้องสมัครเป็นแฟนคลับถึงจะได้ แล้วไงอ่ะ เป็นคนไทย เกิดเมืองไทย อยู่เมืองไทย จะไปสมัครไงล่ะวะ

แต่ว่าก่อนที่จะได้เป็น SLAVEนะ น้องเราก็สามารถหา SLAVE เล่มนึงมาครอบครองได้ มีชาวญีปุ่นใจดีอีกคน SLAVE มาเล่มนึง แถมให้สายรุ้งคอนเสิร์ต UN ENDING STYLE กะแหวน SLAVE มา....... พระเจ้าจอร์ชที่4 ทำไมใจดีหลายอย่างงี้หนอ ตอนที่น้องกลับมาจากญี่ปุ่น แถมไม่เชื่อเลยว่าหอบอะไรกลับมา
นั้นเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสสัมผัส SLAVE ตัวเป็นๆ ครั้งแรก เล่มที่ได้เป็นเล่ม ASAIN TOUR ถึงรูปส่วนใหญ่จะเป็นรูปคอนเสิร์ต แค่นั้นก็กรี๊ดตายแล้ว


หลังจากที่สามารถเป็น SLAVE ได้แล้ว ก็เริ่มทยอยหาเล่มเก่าๆได้เพิ่มขึ้น ส่วนมากจะเน้นภาพเบื้องหลังการทำงาน ถ่ายแบบ ออกรายการทีวี แต่ก็ละคนก็คนมีคอลัมภ์ส่วนตัว อย่างริวจะชอบเอาเพื่อนมาเม้้าท์ ที่รู้จักก็มี Mizuru Mattsuoka >> Sophia Makoto>> Lucifer
ของ Inoranมักจะเน้นพูดน้อย รูปใหญ่ตามสไตล์ แต่จะเน้นถึงของที่ชอบหรือสนใจตอนนั้นอย่างพวกกีฬา หรือไม่ก็งานที่ทำอยู่
ของ J นี้ ง่ายๆ สั้นๆ ปะภาษาอังกฤษเป็นหัวให้ดูหรู แล้วก็ไปคลุกกะฝรั่งอีกต่างหาก(เลยเสร็จฝรั่งไปในที่สุด)
ส่วน Sugizo รูปแปลกๆหรือไม่ก็อวดของสะสมตัวเอง อย่างเล่มนึงที่โชว์ของสะสม StarWarsมายั่วน้ำลายชาวบ้านอีกต่างหาก (ฉันเห็นนะว่าแกมีฮานโซโลแช่แข็งไว้)
ของ Shinya จะเน้นเกี่ยวกับเรื่องกลองซะโดยมาก แต่มีหลังๆที่ชอบเอาเบงเค สมาชิกคนที่6 มาอวด
แต่เอาเข้าคอลัมภ์ที่ชอบที่สุดของ SLAVE ที่ชอบ คือ คอลัมภ์ที่แฟนๆวาดรูปส่งมา แล้วจะให้พวกคุณทั้ง 5วิจารณ์กัน ที่สนุกสุดก็คงเป็น J แต่ว่าถ้าใครเป็นแฟนอิโนะก็น่าน้อยใจอยู่ เพราะพี่แกใช้คำเดียวทั้งฉบับเลย
เรื่องที่ริวเหมือนลิงน่ะ ดูจะเป็นที่ยอมรับกันในระดับสากลนะ เพราะว่า ร้อยละ 80 ถ้าเป็นรูปการ์ตูน ริวมักจะเป็นลิง ไม่ก็ถือกล้วนตลอดเลย เหอๆ น่ารัก
อย่าง Sugizo บางทีจะมีแขกรับเชิญมาช่วยวิจารณ์รูปด้วยนะ อย่าง TAKURO วง GLAY ไง
และนี้ก็เป็นเหมือนนิตยสารข่าว อัพเดทข้อมูลของพวกคุณทั้งห้า จะมีให้แลกของด้วย และบางทีก็จะได้การ์ดปีใหม่ที่ไม่ create เอสซะเลยเช่นกัน

จริงๆแล้วมันมีหนังสืออีกประเภทนะ ไอ้พวกรวบรวมภาพที่เคยลงหนังสือตัวเอง แล้วเอามาหลอกขายแฟนๆ อย่างเราอีก ไม่ว่าจะเป็น ShoxxFile แต่ที่หนักสุด ก็คงเป็นตอน Shuumaku ที่บรรดาสำนักพิมพ์บ้างกันโหมออกนะ แต่ละชุดนี้ไม่ต่ำกว่า 5000บาทเลยนะ จะบ้าตาย ตอนนั้นหมุนเงินได้ไงไม่รู้ ผ่อนกันระยะยาวเลย กว่าหนังสือจะออก เห็นว่าจะออกมาอีกเล่มแล้วนะ ล่าสุดเนี่ีย
ที่นี้ก็มาถึงหนังสือประเภทสุดท้าย ที่เรียกว่า Pamphlet หรือว่า TourBook ถึงชื่อมันจะแปลว่า หนังสือฉบับเล็กๆ หรือ จุลสาร แต่ขนาดมันได้เล็กเลยนะขอบอก

เรียกได้ว่าเป็นของที่หายากพอกับ SLAVE เลย เพราะว่า มันมีขายแต่หน้างานคอนเสิร์ตต เล่มก็บักควายเหลือเกิน
เล่มแรกที่ได้มา แพงอีกต่างหาก ก็คือ MOTHER OF LOVE MOTHER OF HATE โอ้้ววววว อดีตยังงดงาม เล่มนี้สวยมากกก สวยที่สุดเลยล่ะ เป็นการแถมพก งบประหยัด เนื่องจากพวกคุณได้ไปถ่าย MV MOTHERกันที่นอร์เวย์ นอกจากจะทำให้บ้านเมืองเขาประสบกับเหตุการณ์หิมะตกหนักสุดใน10ปี เหอๆๆ สมกับเป็นLUNA SEA จริงๆนะ
พวกคุณก็คงกลัวว่าถ้ากลับไปถ่ายอีก เดี๋ยวเขาจะห้ามเข้าประเทศเลยถ่ายมันให้คุ้มๆไปเลย

เหอๆๆๆ อย่างที่เห็นริวอุ๊อุ น่าจับกดเป็นที่สุด คนอื่นๆก็เท่ห์ๆ กันทุกคนเลย


จะว่าไปช่วง อัลบั้มเนี่ยเป็นช่วงที่สวยงามจริงๆนะ ทุกอย่างดูดีไปหมด ทั้งเพลง ทั้งการแต่งตัว ทั้งภาพถ่าย แต่ว่ามันก็อดีตอ่ะนะ
Pamphlet อีกเล่มที่สวยมาก ก็คือ LUNATIC TOKYO อันนี้ถ่ายกลางทุ่ง แสงอาทิตย์ยามเย็นที่อาบร่างทำให้ พวกคุณทั้งห้าดูดีขึ้นมาอีก ...ล้อเล่นน่า ดูดีอยู่แล้วน่ะ ตอนนั้น...เหอๆๆ

อดีตคู่เลิฟ++
>>> คนนี้มือที่สาม
>>> คนนี้ผู้สังเกตการณ์
รูปพี่เจไม่รู้ไปไหน หาไม่เจอ หรือว่า รูปมันอุเกิน พี่แกเลยหนีหน้าไปก็ไม่รู้
ส่วนมากหนังสือพวกนี้จะได้ตามร้านหนังสือเก่า ตอนที่มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น แต่จะมีครั้ังนึงที่ตามกวาดได้เกือบครบ คือการขายของวัน คริสต์มาส ก่อนคอนเสิร์ต FINAL ACT แต่เสียดายที่กลับจาก Yokohama ช้าไปหน่อย เลยไปซื้อเซท Premiere of LUNACY ไม่ทันเลยสักชิ้น เศร้าจัง
แต่ก็ได้เล่มสวยๆมาเหมือนกัน
เล่ม A98 ที่สวยๆ ก็จะมีเล่ม BrandNew ACT1 ที่เน้นโทนแดงตามหน้าปก LUNACY ดูจากภาพแล้ว Sugiอาจจะเป็นคนออก Concept ก็ได้นา.... แต่สวยดี ชอบมากกกก เราอย่าไปพูดถึง Pamphlet สุดท้าย ที่หนา80หน้า แต่เห็นเห็นมีไร นอกจากมือป้า หูฟัง SONY และตุ๊กตา the beatle ใส่มาทำซากให้หน้ามันเยอะขึ้นเพื่ออะไรวะ
ว่าแล้วก็ .....โปรยรูป โปรยรูป

ริวหน้าระทวยเหลือเกิน

อิโนะเสะกว่าเจอีกดูรูปสิ
>>> รับไม่ด้ายยยย

รูปสุดท้าย พี่ริวโชว์พุง แถมๆ

แหม ถ้าพูดถึง TOUR BOOK แล้วไม่พูดถึง TOUR GOODS ก็กระไรอยู่ แต่ว่าอารามตัวขี้เกียจเกาะหลัง เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่มีอันนึงที่ประทับใจหมีมากกก คือ กล่องดนตรี ซึ่งทำมาสองเพลง คือ LOVE SONG ที่ขายตอนงาน FINAL ACT กะ MOTHER แต่ว่าอันนหลังนี่ จำไม่ได้แฮะว่ามันขายตอนไหน แต่เพลงหลังเพราะกว่าาาานะ เราว่า....

คราวนี้มาถึง ของที่เราไปไถมา ช่ายยยย ไถมา ไอ้ของส่วนใหญ่ข้างบนน่ะ มันมาจากน้ำพักน้ำเงินของตัวเองทั้งนั้น แต่หัวข้อนี้ จะเป็นของที่ไถ่มา คนใจดีคนนั้นที่ให้เราไถหว่าน ไถดะขนาดนี้ก็คือ พี่แดงแห่งร้าน I:SHIMARU นั้นเอง เหอๆๆๆ
ใครเห็นใครจำได้ อย่ามาจองล้างจองผลาญเรานะตัวเอง

แผ่นนี้นะ ถ้าใครเป็นลูกค้าร้านอิชิขาเก่าคงจะคุ้นๆตากับมันมาก มันอยู่ตรงข้างประตูทางเข้าน่ะแหละ ประวัติของโปสเตอร์ใบนี้ คือ....จำไม่ได้ น่าจะประมาณว่า เล็งโปสเตอร์ Hide ที่ปะอยู่เหนือห้องเก็บของไว้ แต่อันนั้นได้ชื่อว่าสุดหวงเลยเปลี่ยนเป้าหมายมาแผ่นนี้

จะเห็นได้ว่าสภาพเยิ่นได้ที่ ไอ้รอยขาดนี้ รู้สึกจะมาจากกรอบรูป ที่วางอยู่ข้างบนอีกที หล่นลงมาเฉี่ยวเอา
อันนี้จำไม่ได้เลยว่า มีด้วย พอแกะออกมาจากกรุ ยังมองหน้ากะน้องเลยว่ามาไงหว่า

นี้ก็เช่นกัน ว่าได้มาด้วยเหรอ แต่ว่าทั้งสองแผ่นนี้แห่ง มีสก็อตเทปปะอยู่ด้านหลังเลยสามารถอนุมานได้ว่า มาจากอิชิแหงๆ

เหอๆ อันนี้สิ สุดยอดของความภาคภูมิใจ กับโปสเตอร์ ผู้ชายสีน้ำทะเลเนี่ย (พี่วัตตั้งให้) เพราะนอกจากจะเป็นปสเตอร์โซโลของพี่ริวแผ่นแรกแล้ว กระดาษก็เป็นอาร์ตมันแข็งอย่างดี สองหน้าอีกต่างหาก ซึ่งในระหว่างที่ขอเนี่ย ก็รู้ว่า มีคู่แข่งที่หมายตาไว้เพียบบบบบบ

ตอนได้มานี้ กระดี๋กระด๋าน่าดู
อันนี้ ขอเรียกว่า ซากโปสเตอร์ดีกว่า ตอนที่ได้มาเนี่ย อยากจะร้องไห้ เยินเหลือหลาย เพราะที่ญี่ปุ่น เขาเอาพี่ริวของฉ้านนนนไปห่อของ ทำงี้ได้ไง ทำไมทำกันได้

เซทนี้ขอเรียกว่า รางวัลของเด็กดี จำได้ว่า ตอนนี้พี่เด็กบอกว่า ทำตัวดีๆ แล้วจะมีของขวัญ ไอ้เราก็แบ่บ เหอๆที่เป็นอยู่ยังดีไม่พอเหรอพี่ค่ะ ก็เลยโดนป้าบเข้าให้ และต้องเข้าคอร์สเด็กตอแหล ไปพักใหญ่
ตอนที่เห็นก็อ้าปากค้างเลย ขอบอก.... ก็มันคุ้มค่านี่นาาาาาา สมัยพวกคุณแกหนุ่มๆ เอ๊าะๆ ทั้งนั้ันเลยนิ




ส่วนเซทนี้เป็นเซทลูกหลง จริงๆแล้ว อยากลงปฏิทินที่เหลือด้วย แต่ว่า มันม้วนไว้หมด มีอันนี้แหละที่ซองอยู่ในซองโปสเตอร์
รื้อออกมาอย่างเหวอ มีด้วยเหรอเนี่ย ไอ้ปฏิทินปีนี้น่ะ



งงไหม ว่านี้มันอะไร มันเป็นสิ่งสถิตย์ของไอ้กระดาษแผ่นๆ ที่อยู่ข้างบนไง

ที่มันเรียบเนียนได้ขนาดนั้นก็เพราะ ฮ่าๆๆๆๆ มันมีเบาะหนมเปี๊ยะอย่างหนาและหนักทับอยู่ไง ขอบอกว่า เบาะเป็นเครื่องรีดกระดาษที่ทรงประสิทธิภาพมาก ขอบอก ตั้งแต่รีดโปสเตอร์ ยัดปกหนังสือ
หมดแล้ววววว หมดแรงน่ะไม่ใช่อะไรหรอก ทั้งถ่ายรูป ทั้งนั่งเขียน อยู่โยงมาตั้งกะบ่าย2 สองทุ่มแล้วเพิ่งจะเสร็จนะเนี่ีย
พอเอาของมารื้อๆอย่างนี้ ก็ยิ่งแน่ใจว่า คงเอาของพวกนี้ไปขายไม่ได้หรอก หรือถ้าจะไปน่ะ มันต้องไปหมดทั้ังบ้าน ไม่มีให้เหลือแม้แต่ซากอ่ะ ไม่งั้นมันก็ยังอดคิดถึงไม่ได้
อัพคราาวหน้า ถึงเวลาของสาววายแล้วล่ะจะบอกให้ เหอๆ คราวหน้าเราจะลงให้เห็นว่า วงที่เคยได้ชื่อว่า Y ที่สุดเท่ที่เคยมีมาน่ะเป็นยังไงฮี่ๆๆๆ
ขาดเหลืออะไรพรุ่งนี้จะมาแก้ สามารถตามอ่าน paralell Post @ chibiนะจ๊ะ
จะรออ่านตอนหน้าอย่างใจจดใจจ่อเชียว ฮ่า
โหลดโหดความพยายามสูงกว่าเราอีก (งั้นขี้เกียจให้มาดูรูปบลอคเจ๊ปุ๋แทนดีไหมเนี่ย55)
ในบลอคเราบอกว่า อัพที่บ้านตายแน่ก็อัพมาได้นี่หว่าอิๆ
#1 By chibi on 2005-05-15 22:49