The passions within ours heart are forever... part2

posted on 15 May 2005 21:40 by tapum in myself

The passions within ours heart are forever... part2

Precious

กลับมาแล้ว กลับมาแล้ว Part 2 ที่ต้องใช้เวลาเตรียมตัวนานมั่กมากกกก เพราะตอนนี้มีชื่อเล่นว่า "เปิดกรุ" เรียกได้ว่า ทั้งขนทั้งรื้อออกมาทั้งบ้านเลย บางชิ้นแอบเหวอ ประมาณว่ามาได้ไง ทำไมมาหมกอยู่ตรงนั้นตรงนี้เต็มไปหมด


จาก ตอนที่ปะไปคราวที่แล้ว มีแต่คนหน้าเก่าคุ้นเคยมาตอบกันเต็มไปหมดเลย เหอๆ ทำให้รู้เลยว่า เวลาช่างผ่านมานานแล้วนะหลานเอ๋ยยย ว่าแล้วก็จิบชามือสั่นๆ

คำเตือน พวก 56K ถอยไป โหลดโหดนะเฟร้ยยย ขอบอก


อย่างที่เคยเกริ่นไปในตอนแรกว่า CD LUNA SEA ที่เข้ามาในบ้านแผ่นแรกก็ชื่อ EDEN ส่วน Single เนี่ยก็คือ End of Sorrow แต่บ้านเราจะตลกอยู่อย่างว่า แผ่นที่ซื้อเข้ามาแรกๆ มักจะเป็นพวกแผ่นฟังยาก หรือไม่ก็แผ่นอินดี้ อย่าง IMAGE ไม่ก็ LUNA SEA



ไอ้แผ่นที่เพราะๆ หรือแผ่นดังๆกลับไม่ซื้อ เพราะตอนนั้น ได้อานิสสงค์จากเพื่อนพี่ชาย ให้ยืมไอ้สองแผ่นที่ว่ามา แหมก็ตอนนั้นน่ะเบี้ยน้อยหอยน้ยอนี่นา แถมตอนหลัง BGM ก็ทำเทปออกมาขาย

กว่าจะได้ซื้อ MOTHER หรือ STYLE น่ะ ตั้งนานแน่ะ อย่างแผ่น STYLE เนี่ยก็อย่างได้ลอตแรกให้ได้ (ก็เคยสัมผัสแต่แบบนั้นนิ) กว่าจะหาได้ก็นานอยู่เหมือนกัน


แต่ที่ฟลุ๊คมากๆ ถึงมากที่สุดก็คือแผ่น MOTHER ลอตแรก จริงๆ ได้แผ่นธรรมดามาแล้วล่ะ แต่ตอนที่ไปดู FINAL ACT น่ะ ไปเดิน DISC WAVE แล้วเจอะเข้าให้ เนี่ย ตกใจมากกกกกกก มือสั่น กลัวว่าราคามันจะมหาโหด ก็มันออกมาตอน95แล้วตอนนั้นก็ปี2000แล้วนา ราคาก็ไม่น่าจะน้อย แต่ที่ไหนได้ แค่3000เยนเองล่ะ เท่าเดิมเลย ตอนถามราคานี้เหวอไปเลย ทำไมมันถูกอย่างงี้

เรื่องขำก็คือ ตอนนั้นฝากพี่ชายซื้อ MOTHER ไป เขาเลยจำได้ว่าไอ้แผ่นนี้มีอยู่ที่บ้านแล้ว พี่เราก็เลยท้วงว่า ซื้อไปทำไม ที่บ้านก็มี ไอ้เราก็เถียงสิ "ก็นี่มันลอตแรกนี่นา" พี่ก็โต้กลับ งั้นไอ้แผ่นนั้นก็เอาไปขายซะสิ ตอนนั้นอารมณ์ว่าไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ก็รับปากไปงั้นแหละ ใครจะกล้าขายทิ้งล่ะ

หน้าตาMOTHER ก็จะประมาณในรูปแหละ จริงๆมันก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก นอกจากสายคาดเป็นพลาสติกใส แผ่นสกรีนรูปMOTHER และแถมภาพแผ่นพับ ห้าหนุ่มตะกายฝาอย่างที่เห็น


พูดจริงๆ ว่ามาติดนิสัยเสียบ้าลอตแรก ก็เพราะไอ้วงร็อคญี่ปุ่นหรอก ไม่รู้ทำไมต้องมีมากระตุ้นต่อมด้วย ทำให้เกิดการรบราฆ่าฟันในการแก่งแย่งซะขนาดนั้น อย่างของ LUNA SEA พวกแผ่น Single ส่วนมาก็จะเป็นกล่องพลาสติคมาอีกชั้นใช่ม้า

จะมีให้กระดี๊กระด๊าหน่อยก็จะเป็นพวกแผ่นใหญ่ อย่างอัลบั้มSTYLE ที่ทำเป็นกล่องสีดำ แถมน่าเตะมากกกกก ที่พวกคุณเอ็งทำเก๋ ปะสติกเกอร์เป็นหิน 5 แบบ ให้แฟนขาดสติซื้อ มันน่าไหมล่ะ ดีนะยังมีสติเก็บๆไว้บ้าง แต่ตอนนั้นไปเจอแผ่นถูกก็ซื้อซำ้มาเหมือนกันนา

ส่วนแผ่น MOTHER ก็อย่างที่บอกไป

พอถึงยุคปี 1999 วงการอุตสาหกรรมญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้การออกแผ่นSingle แผ่นยาว หรือ แผ่นเล็กสาปสูญไป เปลี่ยนเป็นแผ่น Maxi Singleแทน ซึ่งนำพาความเจ็บใจให้เราอย่างมาก ไหนจะราคาที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว การออกแบบปกที่ทำให้ดูต่างไปจากพวกอัลบั้มก็หายไปอีก เศร้ามากกกก


จริงๆแล้ว LUNA SEA เป็นวงที่ออกแบบปกได้สวยมากกกกกกก ตั้งแต่ชุดแรกๆเลย ทำให้ธีมของวงออกจะโกธีคนิดๆ Fantasyหน่อยๆ เหมาะกะวิชช่วลของวง แต่อาเพศมาเกิดเอาตอนปี 98 หลังจากที่พวกคุณทั้งห้าแยกย้ายไปหาลำไพ่พิเศษทำโซโล่กัน ทำให้แต่ละตนแต่ละตัวได้ไอเดียบรรเจิดมากๆ มาทำปก ตอนแรกพวกปก Single STROM ก็ยังสวยอยู่ แต่พอAlbum ออกมาสิ โอ้ พระเจ้าจอร์ชที่3 ให้ตายเถอะอามาเดอุส แค่ชื่อก็ทำให้ร้องไห้แล้ว ปกเอ็งก็เล่นง่ายตามชื่อเลยเหรอ จำได้ตอนนั้นไปเอาแผ่น SHINE พร้อมกับแผ่น ZLICHของhide โหยยยย hideน่ะ เท่ห์ยังไงก็ยังงั้นเลย ไม่เคยผิดหวัง (hide อีกนั้นแหละที่ทำให้อยากเรียน Package Design)


อ่าาา ยังออกทะเลไปซะแล้ว กลับมาที่ลอตแรกต่อ ตอน LUNACY พวกคุณเขาก็เปลี่ยนแนวออกมา โมเดิร์นมากขึ้น อย่าง gravityเนี่ย ก็มีลูกเล่นนะ ก็คือแผ่นสีดำๆตรงปกน่ะ มันเป็นแผ่นอุณหภูมิถ้าเราเอามือไปอุ่นมันจะมีรูปแม่สาวหน้าดำโผล่มาด้วยนะเออ (เพื่ออะไรฟะ) และจับผิดได้ก็คือ สีปกพิมพ์มาไม่เท่ากัน ตอนนั้นเลือกตั้งนานว่าเอาแผ่นไหนดี

ส่วนแผ่นสอง Tonight ก็มีสติกเกอร์ที่เป็นตัวพวกคุณ ห้าคนปะไว้ และ LOVE SONGก็ทำเท่ห์ค่ะ กล่องขาวจั๊วะ ปั๊มนูนเป็นแฉกๆ ให้เก๋เล่น แต่ข้างในเป็นไงไม่รู้ ไม่ได้แกะ (ตอนนั้นก็บ้าซื้ออีกแผ่นเนอะ)


นอกจากนี้ ตามประเพณีของคนญีปุ่น ไม่รู้ทำไมต้องทำไอ้พวกแผ่น Piano , Guitar solo มาให้พวกแฟนเสียตังค์ด้วยก็ไม่รู้ แต่ไอ้สองแผ่นแรกก็เพราะดีนา ฟังให้เคลิ้มก็โอ คาดว่าของ LUNA SEA เนี่ยน่าจะมาจากการเสียดายของ คงจะพอจำกันได้ว่า ตอนจบของ Concert LUNATIC TOKYOเนี่ย พวกคุณทั้ง5 ใช้ Piano SOLO MOTHER มาเปิดคลอ คาดว่า Sugi คงคิดได้ว่า เอามาหลอกขายได้อีกต่อล่ะน่า

เท่านั้นไม่พอยังมีออกแผ่น Orchestra มาแข่งกะ MUSIC BOX ของป๋าโยอีกนะ


เผอิญเราไม่ได้เป็นพวกเล่นดนตรี ไม่งั้นไอ้หนังสือ Band Scoreก็คงซื้อมา ถึงมันจะมีรูปที่แปลกไปจากรูปโปรโมทก็เท่านั้น แพงจะตายอีกต่างหาก สินค้าประเภทนี้ก็เลยไม่เคยเข้ามาในบ้านเรา

นอกจากตัวเพลงและภาพลักษณ์ของ LUNA SEA ที่ทำให้หัวปักหัวปำบ้ารักมันอย่างนี้ ก็คือ LIVE LUNA SEA เป็นวงที่เล่นสดมันส์มากกกกก (ถึงจะเคยดูสดๆ ครั้งเดียวก็เหอะ) ถึงจะเป็นLIVEจะออกเป็นแพทเทิร์นไปบ้าง แต่ก็ทำให้เรากรี๊ดสลบได้ทุกครั้ง มีกุ๊กกิ๊กไว้บริการชาววายอย่างเราเพียบบบ

ตอนนี้กะลังกลุ้มใจมากกว่า จะไปหาเครื่องเล่น Laser Disc ได้ที่ไหนล่ะเนี่ย เครื่องเก่าพ่อยกให้คนอื่นไปแล้ว ทั้งๆที่ Offical ที่ออกมาแล้วชอบที่สุด คือ LUNATIC TOKYO เพราะมันทำให้ชอบวงนี้ไงล่ะ แต่พักหลังก็ไม่ค่อยได้ดูเพราะว่า ไม่มีเครื่องเล่น

ตอนนั้นมันยังไม่มี DVD นี่นา แล้วแผ่น LDน่ะมันอึดกว่า VDO เห็นๆ อย่างแผ่น IMAGE OR REAL กับ Sin Aftrer Sin จะได้ตอนไปญีปุ่น ส่วน LUNATIC ก็ตอนไปฮ่องกง เงินพ่ออีกต่างหาก เยี่ยม!!


ที่เหลือจะเป็น VDO เพราะตอนที่ออก DVDเพิ่งเข้าตลาดได้ไม่นาน อย่างม้วนSLAVE GIG 2000 ตอนได้มาดีใจมากกก เพราะว่าต้องเป็น SLAVE ถึงจะสั่งได้ ม้วนนี้จะมีอะไรน่ารักๆ มาให้ดูเพียบเลย สมกะที่ให้ SLAVE จริงๆ (มาคิดดู อย่างงี้มันแบ่งพรรคแบ่งพวกนี้หว่า -"-)

แต่ก็เคยเสียค่าโง่มหาศาลลลลลลลลลลมาแล้วเหมือนกันกับไอ้ VDO ม้วนนี้

ตอนนั้นมีคนมาถามว่าจะเอาไหม PROMO REWIND เราก็ตื่นเต้น เพราะช่วงนั้น ไอ้คำว่า PROMO ที่ว่ามันฮือฮามากในหมู่แฟนลาค เพราะมันหมายถึงเบื้องหลังการถ่ายทำ VDOชุดนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น MV Dive to blue หรือว่า โฆษณ