The passions within ours heart are forever... part1

posted on 11 May 2005 01:10 by tapum  in myself

The passions within ours heart are forever... part1


Time has come....

แอะ แอะ บลอคคราวนี้ เกิดจากไซโคจากน้องหมีข้างๆ ว่ามาทำไรรำลึกถึงวัยสาวของเรากันดีกว่า อ๊ะๆ ไม่ใช่สิ วันเยาว์มากกว่า


สิ่งที่กำลังจะได้อ่านกันก็คือ สิ่งที่สามารถครอบครองพื้นที่ในการดำรงชีวิตของเรามาได้ถึง 7ปี ถ้าจะบอกว่า เอามาเทียบกับอายุเรา มันก็ไม่ได้มากมายอะไรสักหน่อย ก็จริงแต่สิ่งที่กะลังจะพูดถึง มันคือ สิ่งเป็นทั้ง แรงบันดาลใจ ความใฝ่ฝัน ความบ้าคลั่ง ความพยายาม ความกระตือรือร้น ความรัก ความโลภ ความหลง ความเกลียดชัง เรียกได้ว่า ไอ้สิ่งที่ว่าเนี่ย มันมีส่วนที่ทำให้ตัวเราเป็นเราในตอนนี้เลยก็ว่า... (ฉะนั้นใครว่าเรานิสัยไม่ดีก็ขอให้โบ้ยไปลงที่ไอ้สิ่งนี้ที่ว่าล่ะกันนะ :P)

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้โลกอีกแบบ นอกจากกรอบของโรงเรียน ทำให้เรารู้จักสังคมภายนอก ในรูปแบบที่คาดไม่ถึง และน่าเหลือเชื่อ ว่าโลกข้างนอกมันดุเดือดได้ขนาดนั้นเลยเหรอ

สิ่งนี้ทำให้เรารู้จักเพื่อน มิตร ศัตรู คนที่ผ่านมาและคนที่ผ่านไป แต่ไม่อยากบอกเลยว่า มันทำให้เราเรียนรู้ที่จะมองคนในแง่ร้ายด้วยนะจะบอกให้

คนที่รู้จักเราไม่ถึง 3ปี คงงงล่ะสิท่า ว่าสิ่งนี้ที่ว่า มันคือสิ่งไหน เพราะถ้ารู้ก็หมายความว่า คุณก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาใกล้ๆกันล่ะว้าาาา อย่าลืมอดีตของตัวเองนะจ๊ะ ถึงไอ้สิ่งนี้ที่ว่ามันจะแปรรูปได้ ตามกาลเวลาของมัน


สิ่งนี้ก็คือ วงดนตรีจากญี่ปุ่นที่ชื่อว่า LUNA SEA

รู้จักกันครั้งแรก ก็ได้ยินเสียงกันก่อน เพราะย้อนกลับไปตอนนั้น สามคนพี่น้องเรียกได้ว่าเป็นแฟนคลื่นวิทยุโชวบิท ทีจะเรียกว่า เน้นเพลงอินดี้และเพลงจากนานาประเทศมากที่สุดคลื่นนึงในตอนนั้น ก็มีเปิดทั้ง เพลงญีปุ่น ไทย จีน ฝรั่ง เกาหลี (ขอบอกว่า ฟังเพลงเกาหลีมาก่อนไอ้พวกซีรี่ส์จะเข้าไทยมาหลายปีอยู่)

ที่มาฟังก็เพราะเจอเพื่อนบ้าบล็อคหน้าบล็อคหลังให้ฟัง X Japan ตอนนั้นก็เรียกได้ว่า บ้าวงนี้มากพอสมควร ประเภทต้องฟังเพลงก่อนนอน ตอนตื่นก็ต้องบังคับให้แม่ฟังตอนขับรถไปส่งว่างั้น เพื่อนก็พยายามปลุกปั้นสร้างให้บ้าตามมันให้ได้ ซึ่งก็สำเร็จ จากนั้น ก็เริ่มแบ่งกันซื้อ VDO แลกกันดู (นู๋ยังเด็ก บ่จี๊น่ะนะ) แต่พอตอนไปที่ร้านนี้สิ เพื่อนๆ มันก็แย่งม้วนที่เป็น X ทั้งม้วนไปหมด เหลือให้เราก็แต่ Extacy Summit'91 กะ 92 ให้เรา

ตอนนั้นก็เห็นว่า เอาวะ อย่างน้อยก็รู้จักไอ้วงลูกรักอย่าง LUNA SEA มาบ้างแล้ว เพลงก็โอเคดี แต่สาเหตุที่สนใจอาจจะเป็นเพราะดีเจคนนึงพูดไว้ว่า Ryuichi นักร้องนำของวง มีลีลาการเล่นคอนเสิร์ต แบบกวางเยื้องย่าง โห ไอ้เราก็นึกไม่ค่อยจะออกว่าไอ้ที่ว่าเยื้องย่าง มันเยื้องยังไง แถมไปกัน4-5 ตัวเองจะมาเนียนเป็นดูฟรี ไม่ซื้ออะไรก็ใช่ที่ เราก็เลยต้องควักกระเป๋าจ่าย VDO ม้วนนั้น

ไอ้ตอนดูน่ะ จะหลับให้ได้เพราะมีแต่วงอะไรก็ไม่รู้ เพลงก็ฟังยากชิปเป๋ง ถ้าไม่มีพวก X โผล่มาเล่นสลับฉาก : hide แต่งกิโมโน ดึงทิชชู่เล่น หรือว่า จับโยกับโทชิมาแต่งชุดแต่งงาน แต่ก็เพราะไอ้ชุดเจ้าสาวเนี่ยแหละ ทำให้ตาสว่าง เลยทำให้ตั้งใจดู LUNA SEA มากกว่าวงอื่นๆ (ก็วงอื่น FF ไปตั้งกะ 2ประโยคแรก กีต้าร์อีก3คอร์ท) แต่ตอนนั้นก็คิดว่า ก็โอเคนี่นา แต่ไหนล่ะกวาง ดูได้ค่อนเพลงใกล้จบ เพื่อนก็โวยวายจะเอาโย ก็เลยต้องFF

FF ไปจนจะจบม้วน ทุกๆวงก็มารวมกันบนเวที มั่วไปหมดไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่ที่แน่ มีคนคล้าย hide วิ่งไปวิ่งมาตลอด ตาก็จะไล่ตามว่า เฮ้ยนั่นหรือ นั้นหรือเปล่า ก็เลยทำให้ไอ้ผู้ชายที่คล้ายๆ hide หลุดเข้ามาในสายตาบ่อยมากกกกกกก ดูๆไปก็อยู่ไหนว่ะ ไม่ใช่นี่หว่า ตลอดเลย

และเมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องดูให้คุ้มมีอยู่แค่นั้ัน ก็ต้องดูๆมันเข้าไป ถ้าจะให้คุ้มดูวงเดียวได้ไง ต้องดูวงอื่นด้วย และวงๆนั้นก็คือ LUNA SEA

ตอนนั้นลากพี่ชายกะน้องสาวมาดูมาบ้าด้วย แถมพี่ชายไปยืม Laser Disc คอนเสิร์ตปี92ของX มาได้ ก็นั่งดูกันเข้าไปแถมเคยลากพ่อมาดูได้หลายเพลงด้วยนะ (ภูมิใจยังไงไม่รู้)


ตัวเองมีนิสัยอยู่อย่าง แปลกหรือเปล่าไม่รู้ คือ ถ้ามีใครมาแนะนำว่าชอบอะไร หรือว่าชักชวนให้ชอบตามเนี่ย ถ้าไม่สนใจ ก็จะชอบได้ไม่นาน อย่างวง X Japan เป็นต้น ชอบเพลงX นะ ชอบมากด้วย แต่ว่าอาจจะเป็นนิสัยที่ว่า กับบุคลิกของ LUNA SEA ละ่มั้ง ที่ทำให้เราสนใจวงนี้จริงๆจังๆ อยู่คนเดียว (แต่ก็ลากพี่กะน้องที่บ้านมาด้วย) จะชอบอะไรนาน ต้องชอบเองอ่ะนะ

แต่อยากจะบอกว่า CD แผ่นแรกของ LUNA SEA ที่เข้ามาบ้านน่ะ ไม่ใช่ความอยากของเราหรอก แต่เป็นความอยากของพี่ชายต่างหาก แถมแผ่นที่ซื้อมาก็คือEDEN คงเป็นเพราะโชวบิทมันเปิดแต่อัลบั้มนี้ กะ End of Sorrow เท่านั้น ก็เลยรู้จักอยู่เท่านั้นแหละ

จำความรู้สึกแรกที่ฟังไม่ได้หรอก แต่จำได้ว่า โอ้ว้าวพระเจ้าจอร์ช หน้าปกสวยจังเลย ดูเคลิ้มๆ ฝันๆ EDEN ยังไงไม่รู้

ส่วน Single End of น่ะ ก็เพราะโชวบิทเปิด c/w twice บ่อยกว่าเพลงหลักอีก แถมหน้าปกสวยอีก มีกล่องด้วย ก็ไปนั่งเฝ้าหน้าร้านเอาแผ่นมาเลยน่ะนั้น ก็แหมหน้าปกลงทุนเผาเปียโน (จริงอ่ะเปล่าก็ไม่รุ) ทั้งหลังเชียวนา

ที่นี้ LUNA SEA ก็เริ่มแหยมเข้ามาในชีวิตเรามากขึ้น VDO ที่ซื้อจะดู X หรือ hide ก็จะมีไอ้ 5 คนนี้เข้ามาแหยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วงนั้น hide ก็เริ่มออก solo X ก็มีDahlia แถมด้วยGlay (เพลงที่ไดัฟังคือ Together ที่ดีเจชอบกวนตีน เปิด Alone ของB'z ต่อ) ที่มี Beloved แล้ว L'Arc~en~Ciel ก็มี kazenikienaide (แต่เพลงแรกที่ได้ฟังของวงนี้ คือ natsu no yuutsu ~It's time to say good bye หรือ vivid colorไม่แน่ใจ)

แต่รายการทีวีที่ได้ดูของ LUNA SEA จะเป็น End of sorrow และ In Silence เสื้อสีแดงช่างแทงตาเหลือเกิน ริวเอย


เมื่อหมด VDO X ก็ไม่รู้จะหาอะไรดูต่อ ก็เลยไล่ลากมาหา LUNA SEA ซึ่งม้วนแรกที่ซื้อมาก็คือ Sin after Sin ผลก็คือ หลับ....ใช่หลับ ก็...มันเอื่อยนี่นา (ขนาดคอนเสิร์ตแรกยังหลับ เพราะอะไรมันถึงทำให้แกบ้าได้มา7ปีน่ะหา!!?)

มีเรื่องน่าอายไม่อยากจะบอก แต่ขอประจานตัวเอง ว่าตอนแรกเริ่ม คนที่ชอบก็คือ Sugizo ล่ะ แหมๆ อายจัง ก็ตอนนั้นSugi มันยังสาวอยู่เลยนี่นา ละม้ายคล้ายฮิเดะอีกต่างหาก แถมตอนที่ได้เห็นตอนใส่ชุดขาวเปียกน้ำจากBelieve โอ้ว้าวพระเจ้าจอร์ช ที่2 สวยจังเลยยยยยย (ตอนนั้น ThaiskyTV เขาเปิดMV วงญี่ปุ่นด้วยนะ ขอบอก)

แต่ว่านะ แต่ว่า Sin After Sin มันก็ทำให้เราตื่นจากภาพฝันของ Sugi เนื่องจากทั้งคอนเสิร์ตมันใส่มอนดี้ เอาน่าก็พอรับได้ ขาสวย โกนแล้วด้วย แต่ว่า แต่ว่า ไอ้ตอนท้ายคอนเสิร์ตที่มันนั่งยองยองเหลา โชว์ความอวบของต้นขามันให้เราเห็นเต็มตาเนี่ย O_o ไม่ไหวนา ขอบาย ดีกรีนี้ไม่สามารถรับได้ไหว


จากที่ว่าได้เห็น LUNA SEA ออกรายการ TV บ่อยๆ ทำให้เริ่มสนใจ VDO ม้วนใหม่ที่จะออกมาแล้วล่ะ (น้านนน มันยังไม่เข็ด Sin After Sin ยังหลับไม่อิ่มใช่ไหม) นั้นก็คือ Lunatic TOKYO เหอๆๆๆ จำได้ว่าตอนนั้น VDO มันจะแพงกว่าม้วนทั่วๆไป คือราคาที่ 400 ยังไม่ได้อ้าปากโวย ก็โดนตอกกลับมาว่า 3 ชม. 400 ถูกแล้วนะโว้ย

แต่พอเอากลับมาบ้าน ผลก็คือ มันดูไม่ได้ อ้าว ไหงงั้นล่ะ ต้องเอาเปลี่ยนแถมโดนพี่วัตด่ากลับมาอีกว่า แค่หัวเทปมันกินเข้าไปหน่อย หมุนนิดนึงก็ดูได้แล้ว (ก็นู๋ไม่รู้เรื่องนี้เพ่)
เสียค่าโง่กลับมาดู ผลก็คือ หลับ... ใช่หลับอีกแล้ว หลับไอ้ตอน ชินยะโซโล ไอ้คนข้างๆ มันก็หลับไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพอตื่น เราก็ตกหลุมอิโนะไปเต็มๆเลยล่ะจะบอกให้ ในความคิดเรา อิโนะช่วงนั้นเป็นช่วงที่น่ารักที่สุดดดดดดดดด หัวฟูๆ ปากจิ้มลิ้ม เหมือนโตโตโร่เลย ตอนนั้นแบ่บ เฮ้ยยยยยย ทำไมน่ารักจัง แล้วคนๆนี้เนี่ยแหละ ที่ทำให้น้องสาวที่เคยทำให้ วิลลี่ (แมทอินทอช น่ะแหละ) เสียself เรื่องความหล่อมาแล้ว ออกปากว่า ผู้ชายคนนี้น่ารักจัง (ทำไมใช่คำนี้กับผู้ชายวะ)

ถ้าคิิดว่า Inoran คนนี้แหละ ที่ทำให้เราบ้ามา 7ปี ก็...ไม่ใช่อีกน่ะแหละ คนๆที่ว่าน่ะ สาเหตุที่ชอบน่ะ ฮามากกกก คือพอดู Lunatic เนี่ย ก็ไม่รู้เป็น ขยันดูมันทุกวันน่ะแหละ แต่ดูไปดูมา ก็อยากให้เข้าใจอยู่อย่างว่า ไอ้คอนเสิร์ตประเภทวงน่ะ ยังไงๆ เขาก็ต้องโฟกัสไปที่นักร้องนำมากที่สุดอยู่แล้ว (ยกเว้น Xอ่ะนะที่ กล้องมันจับแต่มือกลอง) แล้วที่นี้ไอ้นักร้องนำที่หน้าตาออกจะลิงๆ ผมหน้าปรกมันก็เริ่มเขาสายตาเรามากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เหมือนลิง ก็เริ่มกลายเป็นน่ารัก ตามผมหน้าม้าที่มันเสยๆขึ้นไปเรื่อยๆ ตลอดคอนเสิร์ต จากหน้าม้าก็กลายเป็นผมปอยๆ เปิดหน้าตาอุๆ ของ Ryuichi ให้มาได้ยล มารู้ตัวอีกที เราก็ตกอยู่ในบ่วงลิงซะแล้ว >___< ก็มันขึ้นกล้องบ่อยนี่นา อิโน้ะะะะะ เราขอโต้ดดดด แถมมันยังอี๋อ๋อกะSugi มากมายเหลือเกิน ไหนจะท่า GrandCross ใน TrueBlue หน้าแหกจากการวิ่งเข้าไปหา Sugi แต่อีกฝ่ายเบี่ยงหนี หรือว่าจะเป็นการร้องเพลง White Christmas ของป๋าเลนนอน ที่ไม่ชัดเอาซะเลย แล้วยังมีโชว์ไฝอุเคะมาให้ยั่วใจขนาดนั้น

ผลก็คือดูม้วนนี้ไปหลายรอบอยู่ก็ตกหลุมรักริง เอ็ย ริวไป1ตัว


และแล้วจุดเปลี่ยนของชีวิตก็มาถึง.... เราได้กลายเป็นแฟน LUNA SEA เต็มตัวไปแล้ว หลังจากที่เคยงอแงกะพี่แดงว่า ไม่อาววว จะเอาแต่รายการ X อย่างเดียวเป็น ไม่อาวววว จะเอา LUNA อย่างเดียว แล้วก็โดนตอกกลับมาว่า LUNAเอ็งมันขายไม่ออกเว้ย โอ้ วาจาทิ่มแทง
เพราะตอนนั้น Slaveน่ะ นับได้ยังไม่ทั่วนิ้วเท้าเลย นอกนั้นน่ะ ไม่แฟน X ก็ Smap ล่ะ เรามันคนส่วนน้อย แต่ว่าไอ้ส่วนน้อยที่ว่าน่ะ แต่ละคนเด็ดๆทั้งนั้นน่ะจะบอกให้ เพราะเราเจอตั้งแต่ คนที่ล่ารายชื่อแฟน LUNA กะ L'Arc จากใบสั่งในร้าน CD คนที่เอาโบนัสพ่อกะแม่ไปจ่ายค่าหนังสือ และอื่นๆ อีกเพียบ

ในตอนแรก เราเป็นแฟนที่ไม่ได้ดิ้นรนทุรนทุรายอยากได้ของมากหรอก ซื้อแล้วมีความสุขกะน้องกันสองคน แต่พอชอบ LUNA เราก็เจอคนมากขึ้น คนแปลกๆ ก็มากขึ้น แต่มีคนๆนึงที่ทำให้เราสั่งหนังสือเป็น และทำให้รู้อีกเช่นกัน การสั่งหนังสือเนี่ยไม่ต่างจากการแย่งอาณานิคมเลย มันดุเดือดมากกก มันมีการอาฆาตแค้น มีการสั่งเหมาหมดไม่ยอมให้ขึ้น shelf เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ ฉะนั้น SOGO กะ Kino ก็ไม่ต่างจากสมรภูมิรบเท่าไหร่ แต่ตอนนั้นมีคนเคยเป็นเพื่อนทำงานอยู่ในนั้น โดนประมาณว่าขี้โกงซะงั้น อันนี้แล้วแต่คิดครับ

พูดถึงการสั่งหนังสือ เรารู้อย่างเดียวว่าเราบ้า โดนมีน้องเป็นกองหนุน หรือเรียกง่ายว่า ตัวหาร (5555 ข้อดีของการจับน้องมาบ้าด้วย) แต่แรกแค่อยากได้เล่มที่สวย ตอนหลังขึ้นปกต้องหาให้ได้ แต่อาการหนักของการซื้อหนังสือที่หนักสุดคือ การกลับมาในปี2000 ของ LUNA SEA อาจะเป็นเพราะช่วงนั้นโตขึ้น เข้ามหาลัยแล้ว เลยได้เงินมากขึ้น (พ่อแม่รู้คงเสียใจแย่ เอ..แต่หลักฐานมันก็ตั้งหัวโด่อยู่ในตู้นี้หว่า) สติเลยน้อยลง ลงอะไรที่เป็นรูปคอนเสิร์ต เก็บดะ เก็บจริงๆ ยังไงก็ต้องเอาให้ได้ มันเหมือนปมด้อย ที่ก่อนหน้านั้น ถูกมองว่า เป็นคนไม่ลงทุน เอาแต่ขอซีร็อกซ์จากชาวบ้าน ตอนนั้นซื้อแต่ปก Ryu Ino ของคนอื่นๆเป็นประปราย แต่แรกสุดจะซื้อหนังสือก็ต่อเมื่อมีวงที่ชอบ 3วงลง โหหหห สมัยนั้น Shoxx sea ยัง 280 เองนะคุณ เรื่องที่ขำๆ เกี่ยวกับหนังสือก็คือ UV no.13หน้าปกyoshiki รู้ไหม มีดีเจคนดังเคยโทรมาที่บ้านเพื่อจะขอซื้อต่อเลยนะ แล้วในนั้นก็มีโฆษณา magazine ที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าที่สุดของ LUNA SEA เลยนะ UVเล่ม5อ่ะ

เคยมีเพื่อนคนนึงบอกว่า แฟน X ร้ายยังไง แฟน LUNA ให้คูณ10 ตอนแรกไม่เชื่อหรอก แต่พอเจอเข้ากับตัวเองน่ะถึงกับขำไม่ออก


และแฟน LUNA SEA เนี่ยแหละ ที่ทำให้เรารู้ว่า Forever Friend มันไม่มีหรอกในวงการอย่างงี้ วงการที่ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ต้องมีผลประโยชน์เข้ามาเอี่ยว ปี98 เรียกได้ว่าเป็นปีทีเป็นจุดเปลี่ยนจะหนึ่งของชีวิตก็ได้ เพราะเข้ามหาลัย ได้เรียนรู้โลกใหม่ และคำว่า หักหลัง หลังเดาะ น้ำตาตกไปนานเลย ตอนที่รู้ความจริงถึงจะกับร้องไม่ออกเลย ตอนนั้นได้แต่อึ้ง ไม่คิดว่า คนที่โตๆกันแล้วจะทำกันได้ หรือว่าเพราะเขาโตแล้ว ถึงทำได้เจ็บแสบนักก็ไม่รู้ คนพวกนี้ทำให้เรารู้ว่า คำว่าเพื่อนดีๆ มันหาไมได้ง่ายๆในโลกนี้ แต่ยังดีที่มีน้องอยู่คน มีน้องที่ยังไงมันก็ไม่ทำร้ายเรา (ตอนนี้ชักไม่แน่ใจ :P)

หลังจากเหตุการณ์นั้น ทำให้เราเก็บตัว ไม่เป็นเพื่อนกับใครไปเลย เพราะรู้สึกว่า ไว้ใจกันไม่ได้ อยู่เงียบๆกะน้องสองคนดีกว่า

ไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่แย่ เพราะว่า มันทำให้แคร์คนอื่นน้อยลง ปลงมากขึ้น มึงจะทำอะไรก็เรื่องของมึง ก็แคร์มากก็ยิ่งเจ็บมาก ทิ้งระยะให้ห่างกันไว้ดีกว่า จะเรียกร้องไปทำไม ถ้าทำให้เขาไม่สบายใจ

ช่วงนี้แหละ ที่ตบะวิชาเริ่มแก่กล้า น้องสาวคนเก่งก็เริ่มมีกิจการติดต่อกับต่างประเทศ ทั้งสั่งซื้อหนังสือเก่า trade VDO เราก็กลายเป็นนักอัดVDO ตัวกลั่น โชคดีที่ตอนนั้นแถวม.พี่ชายมีร้านเช่า โห มันส์สิ พี่ชายบ้า Speed น้องบ้า LUNA SEA ออกงานอาทิตย์ต่ออาทิตย์ อัดดะ ยิ่งย้ายบ้านได้ VDO ใหม่ อัดกันทั้งวันทั้งคืน เทรดกันให้ตายไปข้างนึง ตามล่าclippin' จากแฟน Junior เก่าๆ (พวกภาพที่ลงในนั้น สวยกว่าที่ลงหนังสือ Rock หลายเล่มนะจะบอกให้)

ไอ้เรื่องที่ผ่านมา มันก็เหมือนเครื่องกระตุ้นให้ไม่ยอมแพ้อ่ะนะ ประมาณต้องหาให้ ต้องมีให้ได้ หาเงินมาซื้อให้ได้


แต่ว่า กรุงศรีอโยธยายังไม่สิ้นคนดี ยังไงซะ แฟน LUNA SEA มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมดหรอกนะ หลังจากเก็บเสียกรุงเอ๊ยเสียเพื่อนไป (ดีแล้วล่ะ อย่างงั้นอย่าเรียกเพื่อนให้เสียปากเลย) ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงกู้กรุงศรี ตอนนั้นมีควายน้อยตัวนึง มาเมียงมองหาฟิค NoName นิยายสร้างชื่อ(เสียหรือเปล่าไม่รู้) ของน้องสาว นั้นแหละที่น้องบอกมาว่า จุดเริ่มของเพื่อนใหม่ และทุยน้อยตัวนึง ก็พาให้รู้จักเกลือนึงก้อน (ตอนหลังโอนสัญชาติเป็นกระพรุน) และลามปามไปเจอเต่าอีกตัว และนั้นเอง ก็ทำให้เราเจอเป็ดเพื่อนเก่าอีกรอบ

สิ่งที่ตลกมาคือ กระพรุนไม่ค่อยอยากคุยกับเรากะน้องเพราะคิดว่า ยังมีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่พอได้พูดคุยกันไปสักพักก็ได้รู้ว่า โดนเหมือนกันนี่หว่า แต่กระพรุนเป็นของเหลวเลยช้ำน้อยกว่าหมีสองตัวอย่างเรา ไปๆมาๆก็เลยเป็นเพื่อนกัน

ส่วนเต่าขี้ลืมนั้น มารู้จักกันจริงๆจังๆ หลังจากโฉบหน้าโฉบหลังมา2-3ปี ก็ตอนเอา Doujin ไปขายต่อ

และตอนนั้นเราก็เห็นเต่าตัวนั้น หนีบเอาเป็ดหน้าคุ้นๆมาเจอด้วยกัน


แต่มีเพื่อนอีกคนนึง ถ้าไม่ได้พูดถึงเพื่อนคนนี้ เรื่องราวที่เขียนมาก็เหมือน ขาดครึ่งหลัง จริงๆแล้วเพื่อนคนนี้ เราได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานานหลายปีก่อนเจอตัวอีก เพราะคนๆนี้เป็นคนไทยที่เรารู้ว่า เธอได้ไปดู Shining Brightly มาแล้ว (เอ...หรือว่าสาเหตุที่ตั้งชื่อตัวเองว่า Summer Day หว่า) แต่เพื่อนคนนี้น่ะเป็นแฟน L'Arc นี่นา

ยังจำได้ว่า ตอนที่ LUNA SEA ประกาศกลับมา ดีใจขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ Concert Start Up GIG 2000 เป็นอะไรที่ดีมากกกกกกก คลั่งJ เอามากๆ ไม่รู้ทำไมตอนนั้นมันเซ็กซี่ได้ใจขนาดนั้น แถม Ryu ยังร้องเพลง gravity ผิดอยู่เลย

เอาเหอะ แต่สาเหตุที่ได้เจอหน้ากันจริงๆจังๆ กับเป็นการ Trade Doujin Xerox เจ๋งไหมล่ะ แถมของที่จะเทรดก็ไม่ใช่ของเราเลย ของกระพรุนต่างหาก แต่นั้นล่ะ จุดเริ่มต้นของเรากะน้องกับเพื่อนที่ชื่อว่าปอม จากนั้นก็สนิมกันมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ว่าความแน่นอนเป็นสิ่งไม่แน่นอน ความเยาว์ยังมีวันหมดอายุ นับประสาอะไรกับวงดนตรี 5คน 5ความคิด จะให้มันรวมเกาะเป็นก้อนไปได้ไง

จะได้ว่าตอนที่ Foolmate's Inoran 11/00 ออก นั่งแกะคำขึ้นต้นของบทสัมภาษณ์ว่า แล้วรู้สึกเหมือนคำลา ปอมยังบอกว่า คิดมากได้ไงขนาดนั้น แต่พอมาถึงเวลาจริงๆ ทำเอาคิดไม่ออก จำได้ว่า วันนั้นเพิ่งแยกกับเต่ากะเป็ด เอาเงินไปฝากซื้อของคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง กลับบ้านมาเปิดเมลล์น้องด้วยใจระทึกว่า เพื่อนญีปุ่นคนดีจะส่งข่าวมาว่าไง แต่ข่าวที่ได้ ทำให้อึ้ง อยากพูดกับใครก็ได้มากๆ ที่จะเข้าใจความรู้สึกนั้น แต่น้องยังไม่กลับมา ทำได้ก็แต่ไปทิ้งบอมบ์ให้เพื่อนสองตัวที่เพิ่งแยกกันเมื่อกี้

พร้อมกับรับขวัญน้องสาวที่หน้าประตูบ้านว่า "มิ้น... LUNA SEA แยกวงแล้วนะ"

ตอนนั้นมันนิ่งๆ ลอยๆ ไงไม่รู้ เหมือนไอ้ที่คุ้นเคยตรงหน้า จู่ๆก็วูบไปไหนก็ไม่รู้ แถมเพื่อนที่ไปดู L'Arc เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น โทรมา แทนที่มันจะได้เริงร่าเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ดันแจ็คพอตเจอเราร้องไห้ไปแทน


ตอนนั้นในหัวก็ได้แต่คิดว่า ทำไงดี จะไม่มีโอกาสได้ดู Live LUNA SEA แล้วเหรอ ชีวิตนี้ จะไปฮ่องกงก็ไม่ทันแล้ว จะไปญีปุ่นก็ไม่มีหวัง จะให้ไปบอกป๋าหรือว่า อยากไปญี่ปุ่นเพื่อดูคอนเสิร์ต บ้าหรือเปล่า

การเป็นแฟน LUNA SEA มีความอยู่สองอย่าง คือได้เป็น SLAVE ซึ่งมันก็สำเร็จแล้ว (ถึงจะเป็นเอาปีสุดท้ายก็เหอะน่า) กับ การได้ไปดู LIVE สักครั้ง

แถมช่วงนั้น น้องติดสอบ เราติดโปรเจค จะไปได้ไง

ก็ไม่รู้โชคช่วย หรือพระเจ้าสังเวช ที่ทำให้น้องสอบเสร็จเร็วขึ้น อาจารย์เลื่อนโปรเจค ไอ้เราน่ะไม่มีน่าจะไปขอพ่อหรอก เพราะเพิ่งไปมา

รู้มาตลอดนะว่าป๋าเป็นพ่อที่รักลูกมากกกกกก แต่ไม่รู้ว่าจะตามใจการขอร้องที่เอาแต่ใจของเรากับน้องครั้งได้ไง ป๋าก็แค่พูดว่า "ก็ไปสิ" แค่เนี่้ย แค่เนี่ยยยย จริงๆ ของ่ายกว่าตอนขอไปเที่ยวหัวหินกับเพื่อนอีก


แต่ข้อแม้คือ ต้องมีคนไปด้วยกับหาตั๋วให้ได้ โหแค่รู้ว่าไปได้ ไอ้สองเรื่องนั้นน่ะหมูๆ
ผลก็คือ คนที่โชคดีได้ไปคือพี่ชาย ส่วนตั๋วก็ได้แพงหูตูบ แถมอยู่ไกล แต่ตอนนั้นขอแค่ว่า ฉันจะไปเท่านั้นแหละ


ทริปครั้งนั้นเรียกได้ว่า LUNA SEA LUN SEA LUNA SEA + hide อีกนิดนึง
กวาดได้เป็นกวาด เพราะคิดว่าถ้าไม่กวาดตอนนี้ จะมีโอกาสไหม

วันแรกที่ถึงญี่ปุ่นก็ลุยเลยตระเวนหาของ วันที่2 ไปเจอเพื่อนญีปุ่่นใจดี เลยได้รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะมีการขาย Stuff ของLUNA SEAที่โดม โชคดีมากๆ ถ้าไม่รู้คงจะพลาดของไปเยอะ แถมวันที่2 ก็ฟลุ๊คได้ของเก่าๆมาอีกอื้อเลย

วันที่ได้ไป hide museum คือวันคริสต์มาส เดินทางกันลำบากพอตัว แต่ว่ามันก็คุ้มค่านะ ที่นั้น ได้เจอความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายที่เจ๋งมากคนนึง มันทำให้เรารู้ว่า คนๆนี้มีความสำคัญกับใครหลายๆคนมาก ได้เจอแฟนคนนึงที่นั่งกอดตัวเองแล้วฟังเสียงสัมภาษณ์ hide ไว้ ดูแล้วแอบเศร้าเลย แล้วเรา3พี่น้องก็ฝากลายเซ็นไว้ที่นั้นด้วย
กลับมาจาก Yokohama ก็เตรียมไปกวาดของเลย แต่น่าเสียดายที่ยังพลาดไปหลายอย่าง แต่จำได้ว่า ตอนที่บอกว่า Phamphlet FINAL ACT 8เล่ม คนขายตกใจขนาดไหน แล้วเราก็ตกใจเหมือนกัน เพราะมันหนักโคตรรรรรรร ตกใจยิ่งกว่า ที่มันไม่สวยให้สมกับเป็นเล่มสุดท้ายเลย ให้ตาย

และแล้ววันที่ความฝันของสองพี่น้องจะเป็นจริง FINAL ACT วันแรก

หมีเบลอๆ สองตัว อย่างไปสนใจ

จำได้ว่า ละลานตาไปหมดเลย Cosplay เดินปลิวเต็มไปหมดเลย แต่ที่จำได้ติดตาก็คงจะเป็น คนคอส Sugi ชุดซิป จะไม่ให้อึ้งไงไหว มันเป็นชุดเชือกทักตาห่างๆโคตร กะผ้าปิดอก1ชิ้นกับ อากาศ 10องศาน่ะ บริเวณนั้นมีทั้ง Bannerให้เซ็น ซุ้มรูปวาดของแฟน อีกมากมาย ลายตาไปหมดเลย

แล้วก็ซื้อบัตรวันที่ 27ที่นี้แหละ ถึงจะที่ไม่ดี แต่ก็อยากได้มันอยู่ในมือก่อนให้ชัวร์น่ะนะ

ตอนเข้าไปใน TOKYO DOME เนี่ยรู้ถึงความกว้างใหญ่ของมันเลย ตื่นเต้นมากๆ ส่องกล้องไปทั่ว แล้วก็ได้เห็นตุ๊กตาหมีแพนด้าสองตัวบนแอมป์ของ Ino (สองหมีแอบปลื้มเค่อะ)

น้องบอกว่าเราร้องไห้ตอนเพลง Wish ขึ้นเลย จริงอ่ะ ตายจริง ทำไมจำไม่ได้ล่ะ แต่รู้ว่า ตอนที่ได้ตะโกนคำว่า I WISH มันทำให้รู้ว่า เราได้ดูมันจริงๆ แล้ว ความฝันที่ฝันมาตลอดกำลังดำเนินอยู่ ถึงแม้จะเห็นพวกนั้นแค่ปลายกล้อง แม้ผ่านกล้องส่อง แต่บรรยากาศโดยรอบ หรือที่เคยแซวๆกันว่า เอาว่ะ ขอให้ได้หายใจเอาอากาศเดียวกับพวกมันก็พอ


เป็ดตัวนึง เคยบอกว่าคอนเสิร์ต LUNA SEA เป็นคอนเสิร์ตที่ไฟเจ๋งมาก ซึ่งมันก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ ยิ่งมาดูด้วยตัวเอง ทำให้อึ้งไปเลย

เสียงกระหึ่มที่ดังไปทั่ว ทำเอาหัวใจเต้นตามจังหวะกลองไปเลย ยิ่งได้ตะโกนร้องคอรัสตาม ในแต่ละเพลงก็ยิ่งตื่นเต้น

จุดเด่นอีกอย่างที่จำได้ติดตา คือ Graphic ด้านหลัง โดยเฉพาะ Into the sun จังหวะของ shinya มันดังระทึกมากๆ ภาพที่ค่อยแพนจากพิ้นดินที่แตกระแหกจนขึ้นไปสุดฟ้า ทำเอาลืมไม่ลงเลย

แฟน LUNA SEA จะมีเพลงประจำคู่ของแต่ละคู่ อย่างJxIno ก็คือ SHINE ส่วนคู่โปรดSxR ของเราก็คือ Desire เพราะมันเป็นเพลงที่โชว์ความเร่าร้อนของสองคนนี้ ไอ้ตอนที่ดูไกลๆ ก็เหมือนว่า ไอ้สองคนนี้มันจะทำตาม Stepเดิมอยู่หรอก แต่พอได้ดู VDO Close up ใกล้ๆ มันหลอกลวงกันนี่หว่า มันแทบจะหันหน้าไปคนละทางเลย เชอะ ฉันไปกรี๊ด IR ก็ได้เฟ้ย
แต่เสื้อพี่ตี๋สีส้มกะชมพูได้ใจมากกก

พอมาถึง Forever&Ever ก็เริ่มหมดแรงแล้วล่ะ

ยิ่งตอนจบแค่ Intro LOVE SONG ขึ้น ความเศร้าก็กลับมา ตอนนั้นแหละ ร้องไห้จะเป็นจะตาย ยิ่งท่อนที่ว่า

Sou kimi wo aishiteru .. Love Song together

Sou kimi wo kono ai wo wasurenai.......

ร้องไห้กับน้องแบบบ้าไปเลย ทั้งๆที่รู้ว่า ยังไงพรุ่งนี้ก็ยังได้เจอ แต่ก็ไม่รู้ทำไม ยิ่งตอนที่พวกนี้ ค่อยๆกลับไปทีละคนมันใจหายนะ

คืนนั้นกลับโรงแรมตาบวมเลย =_=


และวันสุดท้ายของ LUNA SEA วันที่ 27 ธันวา วันนั้น โดนลากอู้ไปทั่ว กว่าจะได้ไปที่โดมก็เกือบเข้าแล้ว แต่ยังได้พู่ที่แฟนๆทำแจกไว้เพื่อเพลง In my dream

จำได้ว่า ครั้งแหละที่เป็นโอกาสจะได้เห็น J กะ Ino เจ๊าะแจ๊ะกัน ใน Storm โดยไม่ต้องไปเซ้งป้าลีด

แต่ที่แน่ๆ เพลงที่ไม่ชอบตอนฟังแผ่นอย่าง Be Awake จะน่ารักมากๆ LUNA SEA มักจะเป็นแบบนี้แหละ เพลงที่ฟังมันส์ๆในแผ่น จะเล่นสดได้ไม่มันส์เท่ากับ เพลงที่ฟังเพลงไม่เพราะอย่าง SHINEอะไรพวกนั้น

และเราก็ได้เห็นพู่สีฟ้าเต็ม TOKYO DOME เลย รู้ไหม คนข้างๆเรา เป็นพนักงานบริษัทชายสองคน เราตกใจมากที่เขาตะโกนแต่ Sugizo Sugizo ส่วนเราก็ได้แต่ตะโกน Ryuichi Ryuichi

แถม Tonight ของริววันนี้ ยังมีเสียงดีเลย์อีกต่างหาก ริวหน้าเหลอเลย ต้องรีบวิ่งกลับไปเวทีหลัก น่ารักกกกกก

ตอนที่ ริวพูดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา และค่อยๆ แนะนำเพื่อนๆแต่ละคนออกมา ยังไงก็อดเจ็บใจอิโนะไม่ได้ที่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมพูดให้ได้ยิน แต่ก็ยังพอให้อภัยได้ กับการกระซิบบอกให้ริวได้ยินคนเดียว>___<

จนมาถึงเพลงสุดท้าย WISH เราอยากรู้มากๆ ว่า พวก LUNA SEA จะคิดไหมว่า พวกเขากำัลังจะได้เล่นเพลงพวกนี้ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ด้วยความรู้สึกยังไง

สำหรับเรา เศร้า.... ได้แต่คิดว่ามันจะไม่มีอีกแล้วใช่มั้ย ช่วงเวลาแบบนี้ ความรู้สึกแบบนี้ ภาพที่พวกเขา5คนเดินจับมือกันเดินหายเข้าไป ทำให้เรารู้ว่าความฝัน ความบ้าช่วงนึงของเรามันหมดไปแล้ว

LUNA SEA สอนอะไรให้เรามากมาย ทั้งเรื่องไร้สาระ และได้สาระ มันทำให้เราได้รู้จักคน รู้จักชีวิตอีกรูปแบบนึงที่แตกต่างจากคนอื่น วงดนตรีวงนีงสอนประสบการณ์ชีวิตช่วงนึงให้เราเลยก็ว่าได้ มันอาจจะดูเว่อร์ว่านี้ก็แค่นักดนตรีวงนึงเท่านั้ัน แต่สำหรับเรา เราได้อะไรดีๆ เยอะแยะจากการชอบ LUNA SEA


ถึงทุกวันนี้ LUNA SEA จะแยกกันไป บางคนแอบกลับมากิ๊กเป็นคู่กันใหม่ เราก็ยังดีใจ ภูมิใจที่ได้รู้จักกับวงๆ นี้ และคำว่า The passions within ours heart are forever...ที่คนทั้ง 5คน ทิ้งไว้กับ SLAVE มันก็ยังเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้แต่ละคนแยกกันไปตามทางของตัวเอง แต่ทุกครั้งๆที่มีคนพูดถึงมัน มันก็คือความสุขใจ ทุกครั้งที่ได้คิดถึง ดีใจที่ได้รู้จัก ภูมิใจที่ได้รัก กับสิ่งนี้ สิ่งที่เรียกว่า LUNA SEA


Part 1 Time has come End

to be continued Part 2



โหหหหหหหหหหหหหหหหหห จบแล้วววววว ไม่เคยเขียนอะไรสดๆ ที่ยาวขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย แต่ว่า มันก็ต้องยาวสมกับที่ชอบมาตั้งนานสินะ ท่านที่ว่างมากจนไม่มีอะไร สามารถไปอ่าน Parallell Post ได้ที่ chibi เน้อ Project นี้มันจะเสร็จก่อน วันที่ 29 ไหมวะ


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เม้นของน้องแล้วก็ต้องเม้นของพี่ด้วย ไม่เคยเสียใจที่รัก Luna Sea เพราะพวกเขาทำให้เราได้เจอเพื่อนดีๆอย่างปุ๋มกะมิ้นไงล่ะ เห็นของสองพี่น้องแล้วเยากเขียนมั่งวุ้ย ว่าแต่จะเขียนได้สักกี่ตอนหว่า อิอิ

#1 By kiyono on 2005-05-11 01:41

ยาวมาก ละเอียดกว่าของเราด้วย หุๆดีใจที่ลากมาเขียนด้วย เลยดูสมบูรณ์เต็มขึ้นเยอะเลย ^^ ตอน 2 ไว้เด๋วมาเขียนกันๆ
PS/ ว่าเรายาวเจ๊ปุ๋มแหละยาวกว่าบู่วๆๆ

#2 By chibi on 2005-05-11 02:19

มาอ่านของเจ๊อีกรอบนี่ตาลายดีมั่กเรยกร๊า~><
ฮูยยย อ่านแล้วยิ่งซึ้งแฮะ.. พูดแล้วยิ่งคิดถึง..ตอนนี้ไม่ได้ตามข่าวเพลงญี่ปุ่นมานานแล้ว..อยากฟังงานโซโลของLSเหมือนกันแต่ไม่รู้จะไปตามที่ไหนดีอ่ะกร๊าTT_TT

จะมาตามอ่านpartต่อๆไปนะเจ๊~อั๊ง~

#3 By kappa on 2005-05-11 03:24

โห... ไม่มีโอกาสเลยพวก j-rock นี่อ่ะค่ะ
อ่านแล้วซึ้ง น่าอิจฉาด้วย คิดดูว่าการที่เราได้บ้าอะไรสุดๆครั้งหนึ่งในชีวิตมันต้องเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากจริงๆ ยิ่งมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ด้วยยิ่งเจ๋งเลยนะ

เฮ้อ.. อยากลองสัมผัสความรู้สึกแบบนี้มั่งจัง

เสียดายว่าเรดาห์บนหัวเรามันช้ากว่าคนอื่นเขาไป 3 ปีเศษ -- บ้าใครเอาปลายฤดูทุกที

#4 By เห็ด rosy on 2005-05-11 04:25

โอ้ ยาวมากๆ สุดยอดอ่ะ ยังจำรายละเอียดได้อย่างเยอะ เวลาหลายปีมันก็มีอะไรเยอะมากจริงๆนะ แต่ตอนแรกๆที่ชอบ ไอ้ประสบการณ์แบบว่า สั่งหนังสือดีเดือด อะไรแบบนี้ไม่มีเลยอ่ะ สมัยก่อนไม่ค่อยซื้อ รู้สึกมันแพงจัง ส่วนมากไปเปิดๆเอา ตอนนั้นเน้นแต่ซีดี แล้วก็เก็บหลายวงอ่ะ ทำเอาหมดตัวไปเหมือนกัน รายละเอียดเดี๋ยวไว้รออ่านในบล๊อกข้าพเจ้า ขอเวลาไปเรียงอะไรในหัวหน่อยละกัน...

แต่ที่แน่ มีคนคล้าย hide วิ่งไปวิ่งมาตลอด ตาก็จะไล่ตามว่า เฮ้ยนั่นหรือ นั้นหรือเปล่า ก็เลยทำให้ไอ้ผู้ชายที่คล้ายๆ hide หลุดเข้ามาในสายตาบ่อยมากกกกกกก ดูๆไปก็อยู่ไหนว่ะ ไม่ใช่นี่หว่า ตลอดเลย <--------- เป็นเหมือนกันเลย ตอนนั้นยังไม่รู้จัก Luna Sea ดี แบบเคยได้ยินมาบ้าง ตอนดูนี่งงเลย เอ๊ะ ทำไมเหมือนเห็นฮิเดะบ่อยจังวะ คล้ายกันมากๆ ตรงหัวฟูๆสีแดงๆอ่ะ กว่าจะแยกได้นี่ใช้เวลาพอสมควร

ยังไง ก็ไม่เสียใจหรอก ที่ชอบวงนี้ เพราะมันทำให้มีความทรงจำอะไรดีๆหลายอย่างเลยล่ะ....

ไว้จะรออ่าน Part 2 น๊า อิอิ

#5 By ★InSilence★ on 2005-05-11 19:13

ตามมาอ่านจ้ะหวังว่าคงไม่ไล่พี่ออกไปน้า
แอบระลึกความหลังไปในตัว
ละเอียดมากเลยสุดยอดจ้ะ

LUNA SEA ทำให้เราพบเจออะไรที่แปลกๆเยอะเหมือนกันนะ แต่ดีใจที่มันเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าไม่ดี

#6 By >')Pla< (203.107.194.156) on 2005-05-11 20:18

แหมๆ มีแต่คนกันเองมากันทั้งน้านนนนน มาตอบทีเขารู้กันหมดนะเอ้อ ว่าอายุเท่าไหร่กันแล้ว

#7 By tapum on 2005-05-11 21:46

โอ...ละเอียดสุดยอด อ่านแล้วนึกภาพตามได้เป็นฉากๆ
พูดไปแล้ว เวลาพูดถึงวงดนตรีที่ชอบมากๆ ต่อจากXก็จะมีชื่อLuna Seaผุดขึ้นมาในใจแบบไล่เลี่ยกัน เป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆของชีวิตเลยนะเนี่ย ^^
อ่านแล้วชักอยากเขียนมั่ง....

#8 By tanok on 2005-05-11 22:37

อื๋อ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
ข้าพเจ้ารู้เพียงอย่างเดียวว่าเป็นเรียงความ"หนูรัก(ลิง)ลูน่าซี" ที่ยาวจริงๆ

ปล. พึ่งรู้นะนี่ว่าตัวเองเป็นนาซีนิยมตอนแรก ไม่น่าเชื่อจริงๆ ส่วนพี่โดนลิงหลอกตั้งแต่ตอนแรก มาตอนนี้ยังเสียใจอยู่ไม่หาย(พูดเล่นน่า) IR จงเจริญ เย้

#9 By roro (221.128.113.54) on 2005-05-16 13:28

บังเอิญผมลิ้งค์เข้ามาเจอพอดี
เวลาน่าจะป่านไปนานมากแล้ว
แต่ผมก็ยังรู้สึกเหมือนว่ามันเกิดขึ้นเมื่อวาน

Love song together...

#10 By LNS (124.120.20.187) on 2007-01-17 04:08

ผมก็ชอบวงนี้มากๆเหมือนกัน บังเอิญsearchเจอน่ะ อิอิ

#11 By TOUCH BOY on 2007-02-04 21:09

Google is the best search engine

#12 By EXBZDAgwl (85.255.113.78) on 2007-03-16 01:26

Google is the best search engine

#13 By oCgOHkePUR (85.255.113.74) on 2007-03-16 01:26

เรื่องเด็ก ๆ รักลูก
http://clubrot.com/baby/

#14 By เที่ยวไทย on 2007-09-20 10:03