The passions within ours heart are forever... part1

posted on 11 May 2005 01:10 by tapum in myself

The passions within ours heart are forever... part1


Time has come....

แอะ แอะ บลอคคราวนี้ เกิดจากไซโคจากน้องหมีข้างๆ ว่ามาทำไรรำลึกถึงวัยสาวของเรากันดีกว่า อ๊ะๆ ไม่ใช่สิ วันเยาว์มากกว่า


สิ่งที่กำลังจะได้อ่านกันก็คือ สิ่งที่สามารถครอบครองพื้นที่ในการดำรงชีวิตของเรามาได้ถึง 7ปี ถ้าจะบอกว่า เอามาเทียบกับอายุเรา มันก็ไม่ได้มากมายอะไรสักหน่อย ก็จริงแต่สิ่งที่กะลังจะพูดถึง มันคือ สิ่งเป็นทั้ง แรงบันดาลใจ ความใฝ่ฝัน ความบ้าคลั่ง ความพยายาม ความกระตือรือร้น ความรัก ความโลภ ความหลง ความเกลียดชัง เรียกได้ว่า ไอ้สิ่งที่ว่าเนี่ย มันมีส่วนที่ทำให้ตัวเราเป็นเราในตอนนี้เลยก็ว่า... (ฉะนั้นใครว่าเรานิสัยไม่ดีก็ขอให้โบ้ยไปลงที่ไอ้สิ่งนี้ที่ว่าล่ะกันนะ :P)

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้โลกอีกแบบ นอกจากกรอบของโรงเรียน ทำให้เรารู้จักสังคมภายนอก ในรูปแบบที่คาดไม่ถึง และน่าเหลือเชื่อ ว่าโลกข้างนอกมันดุเดือดได้ขนาดนั้นเลยเหรอ

สิ่งนี้ทำให้เรารู้จักเพื่อน มิตร ศัตรู คนที่ผ่านมาและคนที่ผ่านไป แต่ไม่อยากบอกเลยว่า มันทำให้เราเรียนรู้ที่จะมองคนในแง่ร้ายด้วยนะจะบอกให้

คนที่รู้จักเราไม่ถึง 3ปี คงงงล่ะสิท่า ว่าสิ่งนี้ที่ว่า มันคือสิ่งไหน เพราะถ้ารู้ก็หมายความว่า คุณก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาใกล้ๆกันล่ะว้าาาา อย่าลืมอดีตของตัวเองนะจ๊ะ ถึงไอ้สิ่งนี้ที่ว่ามันจะแปรรูปได้ ตามกาลเวลาของมัน


สิ่งนี้ก็คือ วงดนตรีจากญี่ปุ่นที่ชื่อว่า LUNA SEA

รู้จักกันครั้งแรก ก็ได้ยินเสียงกันก่อน เพราะย้อนกลับไปตอนนั้น สามคนพี่น้องเรียกได้ว่าเป็นแฟนคลื่นวิทยุโชวบิท ทีจะเรียกว่า เน้นเพลงอินดี้และเพลงจากนานาประเทศมากที่สุดคลื่นนึงในตอนนั้น ก็มีเปิดทั้ง เพลงญีปุ่น ไทย จีน ฝรั่ง เกาหลี (ขอบอกว่า ฟังเพลงเกาหลีมาก่อนไอ้พวกซีรี่ส์จะเข้าไทยมาหลายปีอยู่)

ที่มาฟังก็เพราะเจอเพื่อนบ้าบล็อคหน้าบล็อคหลังให้ฟัง X Japan ตอนนั้นก็เรียกได้ว่า บ้าวงนี้มากพอสมควร ประเภทต้องฟังเพลงก่อนนอน ตอนตื่นก็ต้องบังคับให้แม่ฟังตอนขับรถไปส่งว่างั้น เพื่อนก็พยายามปลุกปั้นสร้างให้บ้าตามมันให้ได้ ซึ่งก็สำเร็จ จากนั้น ก็เริ่มแบ่งกันซื้อ VDO แลกกันดู (นู๋ยังเด็ก บ่จี๊น่ะนะ) แต่พอตอนไปที่ร้านนี้สิ เพื่อนๆ มันก็แย่งม้วนที่เป็น X ทั้งม้วนไปหมด เหลือให้เราก็แต่ Extacy Summit'91 กะ 92 ให้เรา

ตอนนั้นก็เห็นว่า เอาวะ อย่างน้อยก็รู้จักไอ้วงลูกรักอย่าง LUNA SEA มาบ้างแล้ว เพลงก็โอเคดี แต่สาเหตุที่สนใจอาจจะเป็นเพราะดีเจคนนึงพูดไว้ว่า Ryuichi นักร้องนำของวง มีลีลาการเล่นคอนเสิร์ต แบบกวางเยื้องย่าง โห ไอ้เราก็นึกไม่ค่อยจะออกว่าไอ้ที่ว่าเยื้องย่าง มันเยื้องยังไง แถมไปกัน4-5 ตัวเองจะมาเนียนเป็นดูฟรี ไม่ซื้ออะไรก็ใช่ที่ เราก็เลยต้องควักกระเป๋าจ่าย VDO ม้วนนั้น

ไอ้ตอนดูน่ะ จะหลับให้ได้เพราะมีแต่วงอะไรก็ไม่รู้ เพลงก็ฟังยากชิปเป๋ง ถ้าไม่มีพวก X โผล่มาเล่นสลับฉาก : hide แต่งกิโมโน ดึงทิชชู่เล่น หรือว่า จับโยกับโทชิมาแต่งชุดแต่งงาน แต่ก็เพราะไอ้ชุดเจ้าสาวเนี่ยแหละ ทำให้ตาสว่าง เลยทำให้ตั้งใจดู LUNA SEA มากกว่าวงอื่นๆ (ก็วงอื่น FF ไปตั้งกะ 2ประโยคแรก กีต้าร์อีก3คอร์ท) แต่ตอนนั้นก็คิดว่า ก็โอเคนี่นา แต่ไหนล่ะกวาง ดูได้ค่อนเพลงใกล้จบ เพื่อนก็โวยวายจะเอาโย ก็เลยต้องFF

FF ไปจนจะจบม้วน ทุกๆวงก็มารวมกันบนเวที มั่วไปหมดไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่ที่แน่ มีคนคล้าย hide วิ่งไปวิ่งมาตลอด ตาก็จะไล่ตามว่า เฮ้ยนั่นหรือ นั้นหรือเปล่า ก็เลยทำให้ไอ้ผู้ชายที่คล้ายๆ hide หลุดเข้ามาในสายตาบ่อยมากกกกกกก ดูๆไปก็อยู่ไหนว่ะ ไม่ใช่นี่หว่า ตลอดเลย

และเมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องดูให้คุ้มมีอยู่แค่นั้ัน ก็ต้องดูๆมันเข้าไป ถ้าจะให้คุ้มดูวงเดียวได้ไง ต้องดูวงอื่นด้วย และวงๆนั้นก็คือ LUNA SEA

ตอนนั้นลากพี่ชายกะน้องสาวมาดูมาบ้าด้วย แถมพี่ชายไปยืม Laser Disc คอนเสิร์ตปี92ของX มาได้ ก็นั่งดูกันเข้าไปแถมเคยลากพ่อมาดูได้หลายเพลงด้วยนะ (ภูมิใจยังไงไม่รู้)


ตัวเองมีนิสัยอยู่อย่าง แปลกหรือเปล่าไม่รู้ คือ ถ้ามีใครมาแนะนำว่าชอบอะไร หรือว่าชักชวนให้ชอบตามเนี่ย ถ้าไม่สนใจ ก็จะชอบได้ไม่นาน อย่างวง X Japan เป็นต้น ชอบเพลงX นะ ชอบมากด้วย แต่ว่าอาจจะเป็นนิสัยที่ว่า กับบุคลิกของ LUNA SEA ละ่มั้ง ที่ทำให้เราสนใจวงนี้จริงๆจังๆ อยู่คนเดียว (แต่ก็ลากพี่กะน้องที่บ้านมาด้วย) จะชอบอะไรนาน ต้องชอบเองอ่ะนะ

แต่อยากจะบอกว่า CD แผ่นแรกของ LUNA SEA ที่เข้ามาบ้านน่ะ ไม่ใช่ความอยากของเราหรอก แต่เป็นความอยากของพี่ชายต่างหาก แถมแผ่นที่ซื้อมาก็คือEDEN คงเป็นเพราะโชวบิทมันเปิดแต่อัลบั้มนี้ กะ End of Sorrow เท่านั้น ก็เลยรู้จักอยู่เท่านั้นแหละ

จำความรู้สึกแรกที่ฟังไม่ได้หรอก แต่จำได้ว่า โอ้ว้าวพระเจ้าจอร์ช หน้าปกสวยจังเลย ดูเคลิ้มๆ ฝันๆ EDEN ยังไงไม่รู้

ส่วน Single End of น่ะ ก็เพราะโชวบิทเปิด c/w twice บ่อยกว่าเพลงหลักอีก แถมหน้าปกสวยอีก มีกล่องด้วย ก็ไปนั่งเฝ้าหน้าร้านเอาแผ่นมาเลยน่ะนั้น ก็แหมหน้าปกลงทุนเผาเปียโน (จริงอ่ะเปล่าก็ไม่รุ) ทั้งหลังเชียวนา

ที่นี้ LUNA SEA ก็เริ่มแหยมเข้ามาในชีวิตเรามากขึ้น VDO ที่ซื้อจะดู X หรือ hide ก็จะมีไอ้ 5 คนนี้เข้ามาแหยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วงนั้น hide ก็เริ่มออก solo X ก็มีDahlia แถมด้วยGlay (เพลงที่ไดัฟังคือ Together ที่ดีเจชอบกวนตีน เปิด Alone ของB'z ต่อ) ที่มี Beloved แล้ว L'Arc~en~Ciel ก็มี kazenikienaide (แต่เพลงแรกที่ได้ฟังของวงนี้ คือ natsu no yuutsu ~It's time to say good bye หรือ vivid colorไม่แน่ใจ)

แต่รายการทีวีที่ได้ดูของ LUNA SEA จะเป็น End of sorrow และ In Silence เสื้อสีแดงช่างแทงตาเหลือเกิน ริวเอย


เมื่อหมด VDO X ก็ไม่รู้จะหาอะไรดูต่อ ก็เลยไล่ลากมาหา LUNA SEA ซึ่งม้วนแรกที่ซื้อมาก็คือ Sin after Sin ผลก็คือ หลับ....ใช่หลับ ก็...มันเอื่อยนี่นา (ขนาดคอนเสิร์ตแรกยังหลับ เพราะอะไรมันถึงทำให้แกบ้าได้มา7ปีน่ะหา!!?)

มีเรื่องน่าอายไม่อยากจะบอก แต่ขอประจานตัวเอง ว่าตอนแรกเริ่ม คนที่ชอบก็คือ Sugizo ล่ะ แหมๆ อายจัง ก็ตอนนั้นSugi มันยังสาวอยู่เลยนี่นา ละม้ายคล้ายฮิเดะอีกต่างหาก แถมตอนที่ได้เห็นตอนใส่ชุดขาวเปียกน้ำจากBelieve โอ้ว้าวพระเจ้าจอร์ช ที่2 สวยจังเลยยยยยย (ตอนนั้น ThaiskyTV เขาเปิดMV วงญี่ปุ่นด้วยนะ ขอบอก)

แต่ว่านะ แต่ว่า Sin After Sin มันก็ทำให้เราตื่นจากภาพฝันของ Sugi เนื่องจากทั้งคอนเสิร์ตมันใส่มอนดี้ เอาน่าก็พอรับได้ ขาสวย โกนแล้วด้วย แต่ว่า แต่ว่า ไอ้ตอนท้ายคอนเสิร์ตที่มันนั่งยองยองเหลา โชว์ความอวบของต้นขามันให้เราเห็นเต็มตาเนี่ย O_o ไม่ไหวนา ขอบาย ดีกรีนี้ไม่สามารถรับได้ไหว


จากที่ว่าได้เห็น LUNA SEA ออกรายการ TV บ่อยๆ ทำให้เริ่มสนใจ VDO ม้วนใหม่ที่จะออกมาแล้วล่ะ (น้านนน มันยังไม่เข็ด Sin After Sin ยังหลับไม่อิ่มใช่ไหม) นั้นก็คือ Lunatic TOKYO เหอๆๆๆ จำได้ว่าตอนนั้น VDO มันจะแพงกว่าม้วนทั่วๆไป คือราคาที่ 400 ยังไม่ได้อ้าปากโวย ก็โดนตอกกลับมาว่า 3 ชม. 400 ถูกแล้วนะโว้ย

แต่พอเอากลับมาบ้าน ผลก็คือ มันดูไม่ได้ อ้าว ไหงงั้นล่ะ ต้องเอาเปลี่ยนแถมโดนพี่วัตด่ากลับมาอีกว่า แค่หัวเทปมันกินเข้าไปหน่อย หมุนนิดนึงก็ดูได้แล้ว (ก็นู๋ไม่รู้เรื่องนี้เพ่)
เสียค่าโง่กลับมาดู ผลก็คือ หลับ... ใช่หลับอีกแล้ว หลับไอ้ตอน ชินยะโซโล ไอ้คนข้างๆ มันก็หลับไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพอตื่น เราก็ตกหลุมอิโนะไปเต็มๆเลยล่ะจะบอกให้ ในความคิดเรา อิโนะช่วงนั้นเป็นช่วงที่น่ารักที่สุดดดดดดดดด หัวฟูๆ ปากจิ้มลิ้ม เหมือนโตโตโร่เลย ตอนนั้นแบ่บ เฮ้ยยยยยย ทำไมน่ารักจัง แล้วคนๆนี้เนี่ยแหละ ที่ทำให้น้องสาวที่เคยทำให้ วิลลี่ (แมทอินทอช น่ะแหละ) เสียself เรื่องความหล่อมาแล้ว ออกปากว่า ผู้ชายคนนี้น่ารักจัง (ทำไมใช่คำนี้กับผู้ชายวะ)

ถ้าคิิดว่า Inoran คนนี้แหละ ที่ทำให้เราบ้ามา 7ปี ก็...ไม่ใช่อีกน่ะแหละ คนๆที่ว่าน่ะ สาเหตุที่ชอบน่ะ ฮามากกกก คือพอดู Lunatic เนี่ย ก็ไม่รู้เป็น ขยันดูมันทุกวันน่ะแหละ แต่ดูไปดูมา ก็อยากให้เข้าใจอยู่อย่างว่า ไอ้คอนเสิร์ตประเภทวงน่ะ ยังไงๆ เขาก็ต้องโฟกัสไปที่นักร้องนำมากที่สุดอยู่แล้ว (ยกเว้น Xอ่ะนะที่ กล้องมันจับแต่มือกลอง) แล้วที่นี้ไอ้นักร้องนำที่หน้าตาออกจะลิงๆ ผมหน้าปรกมันก็เริ่มเขาสายตาเรามากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เหมือนลิง ก็เริ่มกลายเป็นน่ารัก ตามผมหน้าม้าที่มันเสยๆขึ้นไปเรื่อยๆ ตลอดคอนเสิร์ต จากหน้าม้าก็กลายเป็นผมปอยๆ เปิดหน้าตาอุๆ ของ Ryuichi ให้มาได้ยล มารู้ตัวอีกที เราก็ตกอยู่ในบ่วงลิงซะแล้ว >___< ก็มันขึ้นกล้องบ่อยนี่นา อิโน้ะะะะะ เราขอโต้ดดดด แถมมันยังอี๋อ๋อกะSugi มากมายเหลือเกิน ไหนจะท่า GrandCross ใน TrueBlue หน้าแหกจากการวิ่งเข้าไปหา Sugi แต่อีกฝ่ายเบี่ยงหนี หรือว่าจะเป็นการร้องเพลง White Christmas ของป๋าเลนนอน ที่ไม่ชัดเอาซะเลย แล้วยังมีโชว์ไฝอุเคะมาให้ยั่วใจขนาดนั้น

ผลก็คือดูม้วนนี้ไปหลายรอบอยู่ก็ตกหลุมรักริง เอ็ย ริวไป1ตัว


และแล้วจุดเปลี่ยนของชีวิตก็มาถึง.... เราได้กลายเป็นแฟน LUNA SEA เต็มตัวไปแล้ว หลังจากที่เคยงอแงกะพี่แดงว่า ไม่อาววว จะเอาแต่รายการ X อย่างเดียวเป็น ไม่อาวววว จะเอา LUNA อย่างเดียว แล้วก็โดนตอกกลับมาว่า LUNAเอ็งมันขายไม่ออกเว้ย โอ้ วาจาทิ่มแทง
เพราะตอนนั้น Slaveน่ะ นับได้ยังไม่ทั่วนิ้วเท้าเลย นอกนั้นน่ะ ไม่แฟน X ก็ Smap ล่ะ เรามันคนส่วนน้อย แต่ว่าไอ้ส่วนน้อยที่ว่าน่ะ แต่ละคนเด็ดๆทั้งนั้นน่ะจะบอกให้ เพราะเราเจอตั้งแต่ คนที่ล่ารายชื่อแฟน LUNA กะ L'Arc จากใบสั่งในร้าน CD คนที่เอาโบนัสพ่อกะแม่ไปจ่ายค่าหนังสือ และอื่นๆ อีกเพียบ

ในตอนแรก เราเป็นแฟนที่ไม่ได้ดิ้นรนทุรนทุรายอยากได้ของมากหรอก ซื้อแล้วมีความสุขกะน้องกันสองคน แต่พอชอบ LUNA เราก็เจอคนมากขึ้น คนแปลกๆ ก็มากขึ้น แต่มีคนๆนึงที่ทำให้เราสั่งหนังสือเป็น และทำให้รู้อีกเช่นกัน การสั่งหนังสือเนี่ยไม่ต่างจากการแย่งอาณานิคมเลย มันดุเดือดมากกก มันมีการอาฆาตแค้น มีการสั่งเหมาหมดไม่ยอมให้ขึ้น shelf เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ ฉะนั้น SOGO กะ Kino ก็ไม่ต่างจากสมรภูมิรบเท่าไหร่ แต่ตอนนั้นมีคนเคยเป็นเพื่อนทำงานอยู่ในนั้น โดนประมาณว่าขี้โกงซะงั้น อันนี้แล้วแต่คิดครับ

พูดถึงการสั่งหนังสือ เรารู้อย่างเดียวว่าเราบ้า โดนมีน้องเป็นกองหนุน หรือเรียกง่ายว่า ตัวหาร (5555 ข้อดีของการจับน้องมาบ้าด้วย) แต่แรกแค่อยากได้เล่มที่สวย ตอนหลังขึ้นปกต้องหาให้ได้ แต่อาการหนักของการซื้อหนังสือที่หนักสุดคือ การกลับมาในปี2000 ของ LUNA SEA อาจะเป็นเพราะช่วงนั้นโตขึ้น เข้ามหาลัยแล้ว เลยได้เงินมากขึ้น (พ่อแม่รู้คงเสียใจแย่ เอ..แต่หลักฐานมันก็ตั้งหัวโด่อยู่ในตู้นี้หว่า) สติเลยน้อยลง ลงอะไรที่เป็นรูปคอนเสิร์ต เก็บดะ เก็บจริงๆ ยังไงก็ต้องเอาให้ได้ มันเหมือนปมด้อย ที่ก่อนหน้านั้น ถูกมองว่า เป็นคนไม่ลงทุน เอาแต่ขอซีร็อกซ์จากชาวบ้าน ตอนนั้นซื้อแต่ปก Ryu Ino ของคนอื่นๆเป็นประปราย แต่แรกสุดจะซื้อหนังสือก็ต่อเมื่อมีวงที่ชอบ 3วงลง โหหหห สมัยนั้น Shoxx sea ยัง 280 เองนะคุณ เรื่องที่ขำๆ เกี่ยวกับหนังสือก็คือ UV no.13หน้าปกyoshiki รู้ไหม มีดีเจคนดังเคยโทรมาที่บ้านเพื่อจะขอซื้อต่อเลยนะ แล้วในนั้นก็มีโฆษณา magazine ที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าที่สุดของ LUNA SEA เลยนะ UVเล่ม5อ่ะ

เคยมีเพื่อนคนนึงบอกว่า แฟน X ร้ายยังไง แฟน LUNA ให้คูณ10 ตอนแรกไม่เชื่อหรอก แต่พอเจอเข้ากับตัวเองน่ะถึงกับขำไม่ออก


และแฟน LUNA SEA เนี่ยแหละ ที่ทำให้เรารู้ว่า Forever Friend มันไม่มีหรอกในวงการอย่างงี้ วงการที่ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ต้องมีผลประโยชน์เข้ามาเอี่ยว ปี98 เรียกได้ว่าเป็นปีทีเป็นจุดเปลี่ยนจะหนึ่งของชีวิตก็ได้ เพราะเข้ามหาลัย ได้เรียนรู้โลกใหม่ และคำว่า หักหลัง หลังเดาะ น้ำตาตกไปนานเลย ตอนที่