Movie Preview 2004 Part2

posted on 06 Jan 2005 17:04 by tapum in MovieSeries


Windstruck>>> C

ถามว่าน้องจอนน่ารักไหม ก็น่ารัก ยังน่ารักเหมือนเดิม แต่เนื้อเรื่องมันอัดจะขนาดนั้น เพียงแค่ต้องการปูว่านางเอกกะพระเอกมันรักกันนะเนี่ย ปาไปค่อนเรื่อง แต่สาระที่ไม่ค่อยมีของเรื่อง มันเริ่มเอาตอนพระเอกตายแล้ว จะซึ้งก็ตั้งใจซะเหลือเกิน แถมเอา Tears มาประกบที อารมณ์ซึ้งหายวับเลย แต่ก็เป็นหนังที่ OST ใช้ได้เลยนะ เยอะใช้ได้


The Village>>> C+

เฮ้ยยยย นี่มันหนังรักนี่หว่า ไหงหน้าหนังมันหลอนซะขนาดนั้น ไอ้ประโยคบอกรักของพี่สาวนางเอกทำเอาอึ้งไปเลย แต่เด็ดสุดก็ตอนที่นางเอกบอกรักพระเอกแล้วโดนพระเอกดุว่าให้ฟังเนี่ยแหละ น่ารัก ส่วนเรื่องสยองขวัญตลบหลังคนดูตามสไตล์ผู้กำกับเรื่องนี้ออกจะเบาๆ ไร้น้ำหนักไปหน่อย แต่เรื่องที่เอาสีต้องห้ามกับสีปลอดภัยมาเป็นสัญลักษณ์ในเรื่องเนี่ยถือว่าเจ๋งเลย แต่อยากรู้ว่าในความคิดของนางเอก สรุปว่าตอนที่หลอกให้ปีศาจตกหลุมเนี่ย มันเป็นสัญลักษณ์การฆ่าความกลัวของตัวเองหรือเปล่า


The Terminal>>> B-

Feel Good พูดได้เท่าเนี่ยแหละ มันออกจะเว่อร์ไปหน่อย แต่ถ้าไม่คิดอะไรมันก็โออ่ะนะ ดูเอาสนุกกรึมๆ

Eternal Sunshine of the Spotless Mind>>> A+

เพราะอะไรน่ะเหรอ เอาเป็นว่า กลุ่มนักแสดงชั้นเริ่ด ผู้กำกับชั้นเยี่ยม มือเขียนบทสุดเท่ห์ แล้วก็เทคนิคสุดเจ๋งไง
คิดได้ไงอ่ะ คิดได้ไง สุดยอด ไม่ได้ให้คะแนนสูงขนาดนั้นเพราะแค่มีไอ้หนูเล่นด้วยเหรอนะ (ก็หนังไอ้หนูมันได้เจ๋งอย่างงี้ทุกเรื่องนี้หว่า) เพราะทุกคนในเรื่องทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากต่างหาก ทั้งจิม ทั้งเคท สุดๆเลย ชื่อภาษาไทยเรื่องนี้ก็ดีนะ ลบเธอไม่ให้ลืม เหตุการณ์ทุกๆอย่างที่ซ้อนทับกัน ยิ่งทำให้โจเอลได้รู้ว่าเขารักเคเมไทน์ขนาดไหน แล้วหนังก็ทำให้รู้ว่าการจะรักคนๆนึงมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แต่ถ้าแค่ยอมรับได้ เราก็สามารถมีความสุขกับมันได้ เหมือนที่เคเมนไทน์เอาแต่กลัวว่าทุกๆอย่างจะกลับไปซ้ำรอยเดิมแน่ๆ แต่แค่โจเอลพูดว่า OK มันก็ทำให้ทุกๆอย่างเป็นอย่างงั้นจริงๆ
เทคนิคการถ่ายทำก็เจ๋ง ไม่มีCG หนังก็เจ๋งได้เว้ย ช็อตที่ โจเอลพยายามกระชากแพคทริกขึ้นมาดู แล้วกลายเป็นผีไม่มีหน้าก็ฮา เพราะโจเอลไม่เคยเห็นหน้าแพคทริคมาก่อนนี่นา แล้วช็อตที่โจเอลเดินออกมาจากร้านหนังสือแล้วไฟปิดไล่หลังมาก็อย่างเท่ห์เลย


Nobody Know>>> A+

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทีมนักแสดงแข็งมาก ที่สำคัญทุกๆคนเป็นเด็กอายุไม่เกิน13เลยสักคน ทั้งสี่พี่น้องเล่นได้เป็นธรรมชาติมาก ออกจะติดใจน้องชายคนเล็กที่เป็นตัวแทนความร่าเริงในเรื่อง ที่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ยังสามารถเรียกรอยยิ้มจากคนดูได้ แต่หนังดูแล้วขื่นๆ หดหู่แล้วก็สงสาร ภาระหนังอึ้งที่อยู่บนบ่าของอากิระที่ต้องดูแลน้องๆทั้งสามคนเพื่อไม่ให้ต้องแยกจากกัน แต่เด็กก็คือเด็กยังไงก็ยังอยากเล่นอยากมีเพื่อน หรือไปเที่ยวเล่นอย่างที่ชอบ


Resident Evil : APOCALYSE>>> C-

คนอื่นๆ บอกว่าJill เท่ห์มาก แต่เราว่าเฉยๆอ่ะ ดูพยายามเก๋าซะมากกว่า ยิ่งพอมาเจออลิซที่เจ๋งจริง ทำเอาหนูจิลจืดไปเลย แถมซอมบี้กะไทแลนซ์ก็หงอยซะ ไม่น่าเชื่อว่าภาคที่แล้วทำเอาอลิซรากเลือด ยิ่งศัตรูภาคนี้ก็ดูถึกๆโง่ๆไงไม่รู้ แล้วไอ้ปืนนั้นถ้าใครได้ไปก็ชนะอยู่แล้วเฟ้ย


FARENHITE 9/11>>> A-

A สำหรับความเลวของบุช ลบ เพราะจงใจไปหน่อย แต่ถ้าไมเคิล มัวร์ทำหนังเรื่องนี้เพื่อให้คนดูเกลียดบุชก็เอาไปเลยเต็ม 100 เต็ม10 เพราะนอกจากจะเกลียดอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งเกลียดแล้วก็ขยะแขยงมันมากเข้าไปอีก ใครก็ได้ช่วยบอกหน่อยพอดีเป็นคนรู้น้อย เพราะตามที่เข้าใจก็คือ โอซาม่า ออกมารับว่าตัวเองเป็นคนบอมบ์ WTC ซึ่งไอ้คุณโอซาม่าเนี่ยเขาเป็นคนอัฟกัน แต่เผอิญอยู่ตระกูลใหญ่คู่ค้าน้ำมันกะตระกูลไอ้คุณบุช แล้วไหงไอ้คุณบุชหน้าเหมือนลิงแต่ไอคิวน้อยกว่า ถึงไปบอมบ์อิรัค แล้วจับตัวลุงซัดดัมที่เงียบๆไปนานแล้ววะ


Love me if you dare>>> B

ถามว่าชอบเรื่องนี้ไหม ชอบ เกลียดหรือเปล่า เกลียด ชอบพล็อตที่ว่าคนสองคนอยู่ด้วยกันรักกันก็เพราะเกม เกลียดที่ว่า ไอ้บ้าสองคนนี้มันดันเล่นเกมไม่ลืมหูลืมตา มุ่งมั่นทำร้ายคนที่รัก และคนรอบข้างอย่างไม่เหลือดี
รักกันขนาดนั้น แต่ทำไมต้องตั้งกำแพงขึ้นแล้ว ก็ตั้งหน้าตั้งตาล้างแค้นกันแบบนี้
อีกส่วนที่ชอบคือฉากจินตนาการฝันๆของเด็กๆ ดูแล้วฝรั่งเศลสุดๆ


The Incredibles>>> A


ทำไมล่ะ ....ก็ Pixarไง ง่ายไปเหรอ งั้นเอาใหม่ ก็มันเอาเรื่องมุมกลับของซุปเปอร์ฮีโร่ที่โดนปลดแอก ต้องหันหลังจากงานที่ตัวเองรักแล้วก็สามารถทำได้ดี ไปเป็นคนอื่นไง หรือว่ามันเป็นการแก้แค้นของคนธรรมดาที่เป็นฮี่โร่แล้วเป็นไม่ได้ เลยมาแค้น Mr. Incredible อย่างงี้ เหอๆ อันนี้คนต้องไปถามผู้กำกับเบิร์ดเอาซะมากกว่า
สุดท้ายก็ตกหลุมรักคาแรคเตอร์ของPixar เหมือนตอน Monster inc.อีกจนได้ ตอนแรกก็ออกจะปิ๊ง JackJack นะ แต่บทออกจะน้อยไปหน่อย แต่พลังพิเศษยังไม่เข้าตาเหมือนคุณแม่ ผลก็เลย Edna E Mode คว้าไปกินเลย เปรี้ยวซะขนาดนั้น เด็ดสระตี่ไปเลย แต่เชื่อไหม ดูแล้วเราแล้วน้ำตาจะไหลอยู่ซีนนึง ซีนที่ElastiGirl ใช้ตัวกำบังลูกตอนเครื่องบินโดนบอมบ์อ่ะ คนอื่นเขาขำที่ว่าเทคนิคการปกป้องลูกของคุณแม่เนี่ยเด็ดจริง แต่ตอนนั้นก็อดซึ้งไม่ได้แฮะว่าความรักของคนเป็นแม่เนี่ยมันยิ่งใหญ่จัง


Alexander>>> B-

ก็หนังเกย์อย่างไม่ปกปิดเลย อะไรจะเปิดเผยขนาดนั้น นี่มัน Alexander the GAY นี่ค่ะ โอลิเวอร์ เรานึกว่า บาธเลอร์แมน ต่างหากล่ะที่จะเป็นคนสร้าง Alexander the Great นอกเรื่องไปหน่อยกลับมาก่อนดีกว่า
เอาเป็นว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วไม่ค่อยได้ใส่ใจกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่ เอาสมาธิไปจดจ่อกับนายเอกซะมากกว่า ก็บอกแล้วว่ามันน่ะเปิดเผย เลยกลายเป็นทาสให้หนุ่มตาสีฟ้าไปอีกคนเลย (ไอ้หนูอย่าน้อยใจไปนะ อย่างไง1-10 ก็ยังเป็นแกอยู่ดี)
ดูไปรอบเดียว แต่หนังก็โอเคนะ ตีแผ่ปมในใจของ Alexander ว่าจริงๆแล้วที่ออกไปรบไกลเรื่อยๆก็เพราะไม่อยากกลับบ้าน กลับไปก็โดนวิญญาณ ,ความสำเร็จ ของป๊ะป๋า กะความคลั่งอะคิลิสของมารดารออยู่ ก็เลยหนีออกจากบ้านซะเลย
ฉากรบสองฉาก ที่กัวกาเมร่าออกมาดีกว่า อาจจะเป็นเพราะความมั่นใจเต็มร้อยของ Alexander ล่ะมั้ง เลยฮึกเหิมตามไปด้วย ตรงกันข้ามกับที่อินเดีย เพราะนอกจากทหารจะไม่ค่อยเต็มใจจะไปรบด้วย คนดูก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเอ็งจะรบไปหาอะไรหว่า กลับบ้านไปกกนายเอก เอ๊ยกกเมียไม่ดีกว่าเหรอ ตรงนี้แหละที่ผู้กำกับเอาคนดูไม่อยู่ เพราะคนดูดันมีความรู้สึกเดียวกับทหารว่ากูไม่อยากรบ กูอยากกลับบ้าน หนังเลยแป๊กไง
ฉากที่ประทับใจก็คงไม่พ้นฉากที่ Hephaistion เอาแหวนมาให้ Alexander ก่อนเข้าหอ อะไรจะนายเอกแสนรันทดขนาดนั้น ยิ่งได้อ่านคอลัมภ์ที่วิจารณ์หนังเรื่องนี้เลยอดขำไม่ได้ เนื้อหามันประมาณว่า ความรักของ Alexander ที่มีต่อ Roxanne และ Hephaistion ดูแตกต่างลิบลับ เพราะในขณะที่อยู่กับ Roxanne พี่แกช่างดุดันตั้งหน้าทำลูกเหลือเกิน แต่กลับตอนที่อยู่กับ Hephaistion กลับดูอ่อนหวานนัก อ่านไปยิ้มไป เหอๆ
แต่คู่นี้มาฮาตอนท้ายที่ว่า Hephaistion ใกล้จะตายอยู่แล้ว Alexanderท่านก็มั่วแต่พร่ำพรรณณาสร้างวิมานในอากาศ ไม่ได้ดูเลยว่าไอ้คนใกล้เดี้ยงมันชักกระตุกขาดอากาศตายไปตอนไหน
แต่ที่ผิดหวังสุดก็คือ ฟาเชสโก บอสต์ หลอกลวง หลอกลวงชัดๆ รูปตรงหน้านิ่ง เนี่ยสเป็คโคตรเลย แต่ทำไมให้หนังมัน so Bitch จังวะ สมกะเป็นนายบำเรอจริงๆ อุตส่าห์หวังว่าตัวจริงก็คงจะน่ารักเหมือนในรูป เปล่าเลย น่าเกลียดกว่าในหนัง เลยโดนหมัดฮุคคุณJaredให้ไปสำนึกผิดเลยที่บังอาจมองข้ามไป (ก็รูปนิ่งในหนังพี่ออกจะซกมกนี้ค่ะ หนูไม่รู้นิ ว่าพี่จะอุหวานได้ขนาดนั้น)


A home at the end of the world>>> A

โอ้ พระเจ้า!!! ให้ตายเหอะ ไอ้หนุ่มตาลูกหมาแสนอินโนเซนต์นั้นน่ะเหรอคือ ไอ้โคโค่ Fuckin ฟาเรลคนนั้น หนูบ็อบบี้หรือจะคือคนเดียวกับผู้ชายที่ทำผมบลอนด์ไม่ขึ้นใน Alexander อะไรทำให้เอ็งพลิกจากฝ่าตีนเป็นหลังมือได้อย่างงี้ ก็ก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดว่าไอ้หมอนี้จะเล่นหนังดีขนาดนี้นา Phoneboothน่ะโอเค แต่เรื่องอื่นๆมันก็แค่ผ่านๆนี่หว่า หนังเรื่องนี้แค่เห็นไอ้โคโค่ทำตาลูกหมาแบ่บผมไม่เค๊ยเคยเรื่องอย่างว่าก็พร้อมจะเอา A ให้แล้ว
ที่นี้เรามาว่ากันเรื่องหนังดีกว่า อ้าวแต่มันก็ต้องพูดถึงบทของบ็อบบี้ที่พล่ามไปเมื่อกี้อยู่ดี มันเป็นคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจมากนะ เพราะเป็นตัวละครที่ผ่านการสูญเสียมาตลอดชีวิตเลยกลัวว่า ถ้ารักแล้วต้องเสียไปอย่างงี้ก็ไม่ยึดติดดีกว่า ก็เลยกลายเป็นถ้ามีคนเข้ามารักก็พร้อมที่จะรัก แต่คุณจะไปตอนไหนก็ได้ ประโยคที่ว่า บ็อบบี้พร้อมจะเป็นใครก็ได้ถ้าคุณรักเขา เลยเห็นได้ชัดเลย ดูมาทั้งเรื่องทุกครั้งที่มีคนถามความเห็น บ็อบบี้ไม่จะไม่เคยบอกเลยว่าดีหรือไม่ดี ทุกอย่างจะแล้วคนถาม เพราะขนาดว่าตอนที่แคลร์จะนอนด้วยยังก็ยังไงก็ได้อยู่ดี แต่ก็ต้องขอบคุณแคลร์ที่ขจัดที่สิ่งน่าเกลียดที่สุดในเรื่องออกไป (ใครเป็นคนออกแบบทรงผมน่าเกลียดๆนั้นวะ) มีเพียงครั้งเดียวที่บ็อบบี้แสดงความต้องการออกมาก็คือ ตอนที่อยากเปิดร้านกาแฟ ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็เล่นได้ดี ทั้งแคลร์ทั้งโจนาธานที่ต่างพยายามยึดบ็อบบี้เป็นศูนย์กลาง

National Treasure>>> B

มันส์มากๆ ความรู้สึกเดียวกับที่อ่าน DaVinci CODE เลย ที่ค่อยๆแกะรอยจากที่ๆหนึ่งไปอีกที่หนึ่งเพื่อจะได้เงื่อนงำอีกชิ้นนึง สนุกมาก อาจจะเพราะไม่ได้หวังกะมันมากเพราะดันปะหน้าว่า เจอร์รี่ ปลัคไฮเมอร์ อำนวยการสร้างล่ะมั้งเลย ไม่ค่อนจะใส่ใจจ้องจับผิด แต่ว่าหนังเรื่องนี้ระเบิดน้อยกว่าที่คิดจนคิดนะว่าเป็นหนังของตาลุง
แต่ว่าตัวละครที่โดนหมัดฮุคได้ใจเลย ก็นี่เลย ไรลีย์ อะไรดลใจให้คนสร้างบทเขียนตัวละครตัวนี้ได้ฮาขนาดนี้ หลังจากที่เป็นคนคอยขัดพระเอกและฝ่ายข้อมูลมาตลอด ก็ฮาระดับนึง แต่พอโดนเจ๊อาบิเกลแย่งตำแหน่ง ก็เลยเปลี่ยนตำแหน่งมาฮาอย่างเดียว ซึ่งก็ได้ A+ ครับงานนี้ มันส์มาก ยิ่งตอนที่ทั้งสองคนไม่รู้กฏการเปลี่ยนเวลา แล้วไรลีนย์ต้องขอย้ำเพื่อความแน่ใจ แล้วเก็ยช่วงเวลาอันซาบซึ้งไว้เนี่ยแหละ โดน เรื่องนี้ น้องไดแอนเรื่องนี้ดูดีกว่า ถ่อย เอ๊ย ทรอยอีก ดูมีสิเน่ห์และมนุษย์ขึ้นมาหน่อย แต่ยังดูไม่เหมาะกับบทนักวิชาการะดับสูงเท่าไหร่ ส่วนเหตุผลหลักที่จะมาดูหนังเรื่องนี้แต่ดันถูกไรลีย์กลบอย่างบีนนี่ ก็แก่ลงไปเยอะเลยอ่ะ ลุง แต่ว่าก็ยังโอเคเสมอตัวน่า

โห ในที่สุดก็เสร็จซะที หลังจากPart แรกนั่งทำที่บ้าน UpLoadเป็นชาติก็ไม่เสร็จสักที จริงๆยังเหลือ VDO ที่ยังไม่ได้Review ไว้มีอารมณ์ค่อยอัพดีก่า

Comment

Comment:

Tweet

Google is the best search engine

#3 By KBvcsYLBh (85.255.113.74) on 2007-03-16 01:07

Google is the best search engine

#2 By SEYcGMOVD (85.255.113.78) on 2007-03-16 01:06

รออ่าน หุๆ...

#1 By tanok on 2005-01-11 20:14